ทำไมการรักษาแชมป์ถึงยากกว่าการเป็นแชมป์เสียอีก

การแข่งขันฟุตบอลที่ทุกคนต่างก็ต้องการไขว่คว้าความสำเร็จให้กับทีม จนมีหลาย ๆ ทีมที่สมหวังและสโมสรอีกมากมายที่ต้องผิดหวังในตอนท้ายหรือความกดดันบางอย่างที่ให้พวกเขาไม่สามารถประสบความสำเร็จดังเดิม แฟนบอลจึงเห็นตัวอย่างเสมอว่า การเป็นแชมป์เพียงครั้งเดียวของทีมหน้าใหม่หรือการผลัดกันคว้ารางวัลของทีมใหญ่เพราะพวกเขาไม่สามารถรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ โดยตัวอย่างที่ผ่านมาทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเชลซีสามารถป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จ และมีทีมอย่างเลสเตอร์ ซิตี้และแบล็คเบิร์น โรเวอร์ที่มีโอกาสสัมผัสถ้วยรางวัลเพียงครั้งเดียวในสโมสรจนถึงปัจจุบัน

การป้องกันแชมป์ไม่ง่ายอย่างที่คิด

เทพนิยายของเลสเตอร์ ซิตี้หรือแบล็คเบิร์น โรเวอร์ที่ปาดหน้าทีมใหญ่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แต่ผลที่ตามมาของพวกเขาก็คือเขาไม่อาจสร้างมาตรฐานเดิมที่เคยทำไว้ได้ ในด้านของทีมกุหลาบไฟที่คว้าแชมป์มาครองในฤดูกาล 1994-1995 ก็ทำได้เพียงอันดับที่ 7 เท่านั้นในปีถัดมาและไม่ได้ไปแม้แต่การลงเล่นฟุตบอลยุโรปเลยด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งก็เพราะกระแสข่าวลือที่กองหน้าคนสำคัญของทีมอย่างอลัน เชียร์เรอร์ต้องการย้ายไปอยู่กับทีมนิวคาสเซิ่ลนั่นเอง

ส่วนทีมอย่างจิ้งจอกน้ำเงินหรือแม้แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้หลังจากคว้าแชมป์สมัยแรกได้เช่นกัน เพราะเลสเตอร์ที่สามารถคว้าแชมป์ได้อย่างมหัศจรรย์ในปี 2016 ก็ทำอันดับต่ำอย่างไม่คาดคิดคือการจบที่ 12 ในตาราง โดยเหตุผลสำคัญของผลงานพวกเขาก็คือการย้ายทีมของเอ็นโกโล กองเต้กองกลางตัวหลักที่เปลี่ยนไปคว้าแชมป์สมัยที่สองของเขากับเชลซีแทน ส่วนทีมเรือใบสีฟ้าเจอความเขี้ยวของคู่ปรับร่วมมือและเป็นการส่งท้ายของเฟอร์กี้ที่ทำให้พวกเขาเป็นแชมป์อีกครั้งในที่สุด

การป้องกันแชมป์เป็นเรื่องของจิตใจ

ทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเขี้ยวคงหนีไม่พ้นทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในสมัยที่มีเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันเป็นผู้นำทีมเพราะเขาสามารถพาทีมเป็นแชมป์ติดต่อกันไม่ว่าจะเป็นปี 1998-2001 หรือในปี 2006-2009 จนความแข็งแกร่งของเขาพาตัวเองไปเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้อีกสมัย ส่วนอีกทีมหนึ่งก็คือเชลซีของผู้จัดการที่ชื่อว่า โชเซ่ มูรินโญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเก็บแต้มและความเหนียวแน่นของเกมรับที่ทำให้พวกเขามักจะเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดเสมอ โดยสูตรสำเร็จของเขาทำให้ทีมสิงห์น้ำเงินเป็นแชมป์ได้สองสมัยติดต่อกัน

และตัวอย่างทีมที่สามารถป้องกันแชมป์ได้อย่างแข็งแกร่งก็คือทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในยุคของเป็ป กวาดิโอล่าที่สามารถเป็นแชมป์ในปี 2017-2019 โดยมีลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยุคมูรินโญ่เป็นคู่ปรับคนสำคัญแต่พวกเขามักจะทำผลงานแซงได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาล 2017-2018 ที่สามารถทำแต้มได้เกิน 100 แต้ม และปี 2018-2019 ที่พวกเขานำลิเวอร์พูลในนัดสุดท้ายด้วยคะแนนเพียง 1 แต้มเท่านั้นพร้อมสถิติชนะรวดนับตั้งแต่แซงลิเวอร์พูลได้ในช่วงท้ายฤดูกาล

เรื่องราวของการป้องกันแชมป์ในปัจจุบันจะเป็นของลิเวอร์พูลที่นำโดยเจอร์เก้น คลอปป์เพราะพวกเขาคือแชมป์พรีเมียร์ลีกในปัจจุบันพร้อมทำตามฝันที่แฟนบอลรอคอยมาเป็นระยะเวลานาน แต่ทว่าคู่แข่งของพวกเขาในปีถัดมา น่าจะน่ากลัวมากขึ้น เพราะการมาของยอดกุนซือทั่วโลกได้มารวมตัวอยู่ที่อังกฤษเสมอ และต้องคอยดูกันว่าเส้นทางของลิเวอร์พูลจะเป็นเพียงชั่วคราวหรือครอบบัลลังค์ในลีกสูงสุดได้ต่อไปเป็นระยะเวลานาน สำหรับฤดูกาลหน้าหากคุณเป็นนักพนันด้วยแล้ว รับรองว่าเลือกข้างยาก และสนุกขึ้นแน่นอน

จาก “ป็อกบาโมเดล” ถึง “ซานโชโมเดล” เส้นทางดาวรุ่งสู่การเป็นนักเตะซูเปอร์สตาร์

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ชื่อว่าเป็นลีกอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากมีทีมใหญ่อยู่หลายทีม ไม่ได้มีแค่หนึ่งหรือสองทีมที่ผูกขาดแชมป์ แถมบรรดาทีมขนาดกลางและขนาดเล็กยังสามารถสู้กับทีมใหญ่ได้อย่างสูสี จึงทำให้เกมการแข่งขันทุกนัดเต็มไปด้วยความตื้นเต้นเร้าใจ ทั้งนี้เนื่องจากแต่ละทีมเต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าเยี่ยม แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักเตะที่ถูกซื้อตัวเข้ามาทั้งสิ้น นักเตะที่สโมสรปั้นขึ้นมาเองมีเพียงหยิบมือ ซึ่งมีผลการวิจัยรายงานว่า จากนักเตะดาวรุ่ง 1.5 ล้านคนในอังกฤษ มีเพียง 180 คนเท่านั้นที่สามารถแจ้งเกิดแล้วค้าแข้งอยู่ในเวทีพรีเมียร์ลีกได้ ซึ่งคิดเป็น 0.012% เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมใหญ่ที่ต้องการประสบความสำเร็จในทุกฤดูกาล ทำให้ไม่สามารถลองผิดลองถูกกับนักเตะดาวรุ่งได้ เด็กฝึกมากมายจึงมักถูกส่งไปให้สโมสรขนาดเล็กยืมตัวก่อนจะลงเอยด้วยการปล่อยออกจากทีมไปในที่สุด เมื่อตกอยู่ในความกังวลเช่นนั้น นักเตะดาวรุ่งที่มั่นใจในฝีเท้าของตัวเองจึงเลือกตัดสินใจเดินจากไปตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อย้ายไปอยู่กับสโมสรชั้นนำที่พร้อมให้โอกาสลงสนามทันที อีกทั้งยังได้เล่นร่วมกับนักเตะเก่ง ๆ ที่จะช่วยยกระดับฝีเท้าของตัวเอง ดังเช่นในกรณีของ พอล ป็อกบา และ จาดอน ซานโช

ป็อกบาโมเดล

เมื่อปี 2009 พอล ป็อกบาในวัย 16 ปีตัดสินใจย้ายจากฝรั่งเศสมาร่วมทีมอคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบที่สร้างความงุนงงให้แฟน ๆ กีฬาของ VWIN เลยทีเดียวว่าทีมกำลังคิดอะไร 2 ปีถัดมาเขาก็พาปีศาจแดงคว้าแชมป์เอฟเอยูธคัพ จนสตาฟฟ์โค้ชเยาวชนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับทีมชุดใหญ่ ในฤดูกาล 2011-12 เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จึงเลือกเก็บกองกลางดาวรุ่งวัย 18 ปีไว้กับสโมสรมากกว่าปล่อยยืมตัว แต่แทนที่จะส่งลงสนามกุนซือชาวสก็อตกลับเก็บเขาไว้บนซุ้มม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ โดยป็อกบาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามไปเพียง 7 เกม มีเวลาอยู่ในสนามแค่ 225 นาที แม้แต่ช่วงที่นักเตะกองกลางคนอื่นพาเหรดกันเจ็บ ท่านเซอร์ก็ยังเลือกใช้นักเตะจากตำแหน่งอื่นลงเล่นแทน แถมยังไปดึง พอล สโคลส์ กลับมาจากการแขวนสตั๊ด ยิ่งเป็นการตัดโอกาสลงสนามของเขาเข้าไปอีก

ป็อกบามั่นใจว่าด้วยความสามารถที่มี เขาควรจะได้โอกาสลงสนามมากกว่านี้ แต่เมื่อไม่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย ความคิดเรื่องการย้ายทีมจึงเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ได้ มิโน ไรโอล่า เข้ามาเป็นเอเยนต์ส่วนตัว ป็อกบาจึงปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่จากปีศาจแดง โดยปล่อยให้สัญญาสิ้นสุดลงแล้วเลือกย้ายไปยูเวนตุสเมื่อสิ้นฤดูกาล

ป็อกบาในวัย 19 ปีใช้เวลาปรับตัวที่อิตาลีไม่นานก็กลายเป็นกำลังหลักให้กับทีมม้าลาย นอกจากจะได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอแล้ว เขายังได้เล่นร่วมกับ อังเดร ปิร์โล มิดฟิลด์เบอร์ต้น ๆ ของโลก ทำให้ฝีเท้าของป็อกบาพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นนักเตะระดับโลกในที่สุด

ซานโชโมเดล

จาดอน ซานโช ถูกดึงสู่อคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่อายุ 14 ปี เขามีส่วนช่วยให้ทีมเยาวชนเรือใบสีฟ้าเข้ารอบชิงชนะเลิศเอฟเอยูธคัพ 2 ปีติดกัน แม้จะไปไม่ถึงแชมป์ แต่ก็ทำให้ปีกวัย 17 ก็กลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุด

ในฤดูกาล 2016-17 ซานโช ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงกับทีมเยาวชน โดยยิงไปถึง 20 ประตู แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการเรียกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แม้แต่ช่วงที่ทีมหมดลุ้นแชมป์ไปแล้วก็ตาม ประกอบกับเวลานั้นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อุดมไปด้วยนักเตะต่างชาติที่ซื้อเข้ามา จนทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าจะได้รับโอกาสลงสนามในอนาคต ยิ่งเมื่อโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทาบทามผ่านเอเยนต์ส่วนตัว ซานโชในวัย 17 ปีจึงเลือกปฏิเสธสัญญาจากทีมเรือใบ แล้วออกไปผจญภัยยังเมืองเบียร์แทน

ซานโช ใช้เวลาเพียง 2 ปี ก็ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งปีก ถือเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกที่ลงเล่นให้ทีมเสือเหลือง ก่อนจะกลายเป็นนักเตะที่แอสซิสต์มากที่สุดในลีก รวมไปถึงนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำได้ 25 ประตูในศึกบุนเดสลีกา

บทเรียนจากสองโมเดล

จากเคสของป็อกบาและซานโช ทำให้เหล่านักเตะดาวรุ่งอังกฤษมีความหวังมากขึ้น เพราะหากมีความสามารถ แต่ไม่ได้รับโอกาสจากสโมสร การย้ายไปอยู่กับสโมสรใหญ่ในต่างแดนที่พร้อมหยิบยื่นโอกาสให้ ก็น่าจะช่วยให้เส้นทางอาชีพสดใสมากกว่าการเลือกลงไปเล่นในลีกระดับล่างด้วยสัญญายืมตัว

ยิ่งส่งออกนักนักเตะมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น

 เจ ชนาธิป สงกระสินธุ์ ได้สัมผัสกับเกมเจลีกกับทีม คอนซาโดเล ซัปโปโล เป็นปีที่ 3 เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็น 1 ใน 11 ผู้เล่นตัวจริงมาตลอด นอกจากจะบาดเจ็บจนเล่นไม่ไหว รวมทั้ง มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ถูกยืมตัวเล่นให้กับ

ซานเฟรสเซ่ ฮิโรชิมา 1 ฤดูกาล แล้วกลับมาเล่นให้กับต้นสังกัดเดิม อีกทั้ง อุ้ม ธีราธร บุญมาทัน ที่ปีแรกเล่นให้กับ วิสเซิล โกเบ และปีที่สอง ถูกยืมตัวอีกครั้งโดยลงเล่นให้กับ โยโกฮามา เอฟ มารินอส ทีมดังเจลีก ที่กำลังทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกัน

ดังนั้นทำให้นักฟุตบอลไทยเป็นที่จับตาของบรรดาเอเย่นต์ทั้งหลาย และถ้าเข้าตาก็อาจเป็นไปได้ที่จะต่อยอดและเดินรอยตามนักฟุตบอลดังที่กล่าวมา ส่วนหนึ่งจากความสามารถของนักเตะที่โดดเด่นและตั้งใจฝึกซ้อม เป็นตัวอย่างที่ดีที่นักฟุตบอลอาชีพควรมี ในอดีตที่ผ่านมามีนักฟุตบอลหลายคนฝีเท้าดีแต่ทำตัวออกนอกลู่นอกทาง อนาคตเลยดับวูบ

                จากการที่ไทยลีกยกระดับเป็นลีกอาชีพอย่างเต็มตัว มีนักเตะต่างชาติที่เข้ามายกระดับมาตรฐานของไทยลีกให้สูงขึ้น ส่งผลดีต่อบรรดานักเตะไทยได้มีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น จะเห็นได้ว่าโดยรวมแล้วนักฟุตบอลมีความสามารถดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีความเข้าใจในเกมขึ้น ตลอดจนทักษะในการเล่น ทำให้หลายสโมสรในต่างประเทศเริ่มจับตาพุ่งเป้ามายังไทยลีกโดยเฉพาะเจลีก ส่วนหนึ่งก็อาจจะขยายตลาดมายังกลุ่มอาเซียนเพื่อเพิ่มฐานแฟนบอล แต่นอกเหนือจากนั้น นักฟุตบอลได้มีโอกาสในการพัฒนาฝีเท้าตลอดจนรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น

ในทางกลับกัน ทำให้เจลีกเริ่มเป็นที่สนใจทั้งนักเตะเองและแฟนบอลโดยตรงไม่ว่าจะเป็นในไทยหรืออาเซียน ทำให้เคลีก ลีกชั้นนำของเกาหลีใต้เริ่มปรับเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อนักเตะอาเซียนโดยเฉพาะนักฟุตบอลไทย เพราะว่า เจ ชนาธิป มุ้ย, ธีรศิลป์, อุ้ม ธีราธร ตลอดจน นิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ได้ลงเล่นกับทีม โออิตะ ทรินิตะ เป็นปีแรกด้วย ต่างโชว์ผลงานที่ดีเป็นที่ยอมรับแล้ว เคลีกคงเห็นว่าศักยภาพของนักเตะไทยสูงขึ้น มาตรฐานไทยลีกไต่ระดับขึ้นมาจนสามารถดึงดูดนักเตะฝีเท้าดีมาเล่นมากมาย เริ่มหันมามองนักเตะไทยหลังจากหลายสิบปีก่อน ปิยพงษ์ ผิวอ่อนได้ไปสร้างชื่อก่อนหน้านี้กับทีมลัคกี้ โกลสตาร์หรือ เอฟซี โซลในปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานของเจลีกกับเคลีกที่ไม่ได้ด้อยหรือยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แม้ตอนนี้เจลีกจะเป็นที่รู้จักมากกว่าก็ตาม แต่ในอนาคตอันใกล้ ไม่แน่ว่า เคลีกอาจจะเป็นเป้าหมายที่เหล่าบรรดาแข้งนักเตะจะให้ความสนใจเพื่อที่จะได้ไปเล่นเหมือนเจลีกก็ได้

                อย่างไรก็ตามถึงเคลีกจะมองว่าเป็นการขยายตลาดฐานแฟนบอลมายังอาเซียนเพื่อแข่งขันกับเจลีกในอนาคต แต่ที่มากกว่านั้น นักเตะไทยมีแต่ได้ประโยชน์จากลีกชั้นนำเหล่านี้ เพราะอย่างไรก็เหนือกว่าไทยลีกอยู่พอสมควร ส่งผลให้ทีมชาติไทยแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน สงครามการช่วงชิงนักเตะครั้งนี้ มีแต่ได้ไม่เสียอะไรเลยสักนิด

บทพิสูจน์ในเจลีกของแบ็คซ้ายทีมชาติไทย

 ปีที่สองแล้วที่แบ็คจอมบุกโลดแล่นอยู่ในเวทีเจลีก ซึ่งเป็นลีกที่ดีที่สุดลีกหนึ่งในเอเชีย ก่อนที่จะถูกยืมตัวมาเล่นให้กับ วิสเซิล โกเบ “ธีราธร บุญมาทัน” ได้เคยพูดว่าเขาไม่มีแรงบันดาลใจในการเล่นไทยลีกอีกต่อไป ทุกถ้วยในประเทศเขาได้มาหมดแล้วและอยากจะก้าวไปท้าทายในลีกอื่น ๆ ที่สูงกว่าอย่างเช่นเจลีก ในญี่ปุ่น เขาอยากล่าความฝันของตัวเองในการไปเล่นลีกญี่ปุ่นสักครั้ง ดีลนี้จึงเกิดขึ้น ในวิสเซิล โกเบ มีนักเตะระดับเวิลด์คลาสอย่าง ลูคัส โพดอลกี้ อดีตนักเตะชุดแชมป์โลกชาวเยอรมัน หรือแม้กระทั่ง อันเดรส อิเนียสต้า อดีตกองกลางจอมแทคติกของบาเซโลน่าและทีมชาติสเปนในสนามซ้อมเขาทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อม มุ่งมั่นและตั้งใจ ตามนิสัยของเขาที่เป็นคนเอาจริงเอาจัง ในช่วงต้นฤดูกาล 2018 เขายังเป็นตัวสำรองแต่ด้วยความมานะในการซ้อมเพื่อที่จะให้เข้ากับระบบทีมและผู้เล่นคนอื่น เขาจึงยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้สำเร็จ

วิสเซิล โกเบ จบฤดูกาล 2018 ด้วยอันดับ 10 ของตารางพร้อมกับสัญญาการยืมตัวหมดลง และไม่ได้รับการต่อสัญญาจึงต้องกลับต้นสังกัดเดิมคือ เมืองทอง ยูไนเต็ด แต่แล้วก่อนฤดูกาล 2019 จะเริ่มต้น โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ได้ทำการยืมตัวเขาอีก 1 ปี เจลีกภาคสองของเขาก็เริ่มต้นอีกครั้ง ความท้าทายครั้งใหม่ เขาจะใช้ประสบการณ์ที่เล่นให้กับวิสเซิล โกเบ มาปรับปรุงแก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน บทพิสูจน์บทใหม่จึงเป็นการท้ายทายเขามากกว่าปีแรก เขาได้ยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวจริงของทีมได้และทำผลงานเข้าตานายใหญ่อย่าง อัลเก้ พอสเตโคกลู แม้ช่วงต้นฤดูกาล ธีราธรได้รับการบาดเจ็บ เขาฟื้นฟูร่างกายได้เร็วและกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงได้อีกครั้ง ซึ่งเขาได้เข้ามาทดแทนการขาดหายไปของ เรียวสุเกะ ยามานากะ ที่ย้ายไปเล่นให้กับ อูราวะ เรดไดม่อนส์

จุดเด่นของธีราธรอยู่ที่เกมรุก ในระบบของพอสเตโคกลู จะใช้ระบบ 4-3-3 และบางครั้งก็ปรับเปลี่ยนเป็น 3-4-2-1 อาจเหมาะกับเขาในการเติมเกมรุกริมเส้นซึ่งดูได้จากผลงานที่ผ่านมา แต่ใช่ว่าเขาจะไม่มีจุดอ่อน เกมรับเขายังทำได้ไม่ดีเท่ากับเกมรุก หลายครั้งเขาเสียตำแหน่งจากการเติมเกมรุกแล้วกลับมาไม่ทัน แต่ด้วยจังหวะและทางบอลทำให้เขาเอาตัวรอดได้เสมอ ในขณะนี้ ผลงานของโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส และผลงานในฐานะผู้เล่นกำลังอยู่ในช่วงที่ดีทีเดียว โดยทีมรั้งอันดับสองของตารางโดยตามหลัง เอฟซี โตเกียว ไม่กี่แต้มและได้ลุ้นแชมป์เจลีกอย่างเต็มตัว

                  ธีราธรเริ่มต้นเล่นฟุตบอลให้กับโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ตามมาด้วยโรงเรียนอัสสัมชัน ธนบุรี และเริ่มเป็นนักเตะอาชีพให้กับสโมสรราชประชา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมืองทอง ยูไนเต็ด แล้วถูกยืมตัวมาเล่นให้กับวิสเซิล โกเบ ต่อเนื่องด้วย โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ด้านทีมชาติเขาติดเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ชุดอายุไม่เกิน 23 ปีและทีมชาติชุดใหญ่ในปัจจุบัน แต่หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ครั้งหนึ่งเขาโดนไล่ออกจากสนามในเกมที่พบกับซาอุดิอารเบียในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกและมาโดนใบแดงอีกครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในเกมที่พบกับอินโดนีเซีย ในฟุตบอลซีเกมส์ ซึ่งเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดช่วงหนึ่งในการเล่นฟุตบอล จนเขาต้องตัดสินใจอุปสมบทเพื่อสงบจิตใจตัวเอง

                  ในช่วงชีวิตค้าแข้ง ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขาได้เรียนรู้ความผิดพลาด ใจเย็นลงเวลาอยู่ในสนาม และครั้งเมื่อเขาได้รับการไว้วางใจในการเป็นกัปตันทีมชาติไทยในยุคซิโก้และราเยวัชมาแล้ว แม้เขาจะย่างเข้าวัย 30 ปีแต่ความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจยังเปี่ยมล้นนับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้องต่อไป ฝันให้ไกล ไปให้ถึง คงเป็นนิยามให้กับแบ็คซ้ายทีมชาติไทยได้ชัดเจนที่สุด

จากผู้ลี้ภัยสู่นักฟุตบอลทีมชาติ

ถึงแม้เดนมาร์คจะไม่สามารถผ่านเข้ารอบฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกล่าสุด แต่มีนักฟุตบอลหญิงที่น่าสนใจคนหนึ่ง เธอไม่ได้มีเชื้อสายเดนนิสโดยกำเนิด เพราะพ่อและแม่ของเธอไม่ได้เป็นชาวเดนมาร์ค แล้วเธอได้มาเป็นส่วนหนึ่งของนักฟุตบอลทีมชาติเดนมาร์คได้อย่างไร เรื่องราวของ นาเดีย นาดิม เหมือนปฏิหาริย์ ที่ไม่อาจเป็นได้ในชีวิตจริง แต่ชีวิตจริงที่เป็นเหมือนฝันก็เกิดขึ้นกับเธออย่างที่เธอเองก็ไม่ได้คาดคิด ความเป็นมาของเธอจะเป็นอย่างไร บรรทัดต่อไปมีคำตอบ

                 แม้ชีวิตของ นาเดีย นาดิม และครอบครัวจะอยู่อย่างยากลำบากในอัฟกานิสถานในสถานะผู้ลี้ภัย ภายหลังจากพ่อของเธอ ซึ่งเป็นอดีตนายพลของกองทัพอัฟกานิสถานถูกกลุ่มตาลีบันจับตัวไป สถานการณ์กลับเลวร้ายขึ้นเมื่อข่าวว่าพ่อของเธอได้ถูกฆ่าตายหลังจากหายตัวไปนานกว่าครึ่งปี หลังจากขาดพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว แม่ของเธอพร้อมกับลูกสาวอีก 5 คนจึงตัดสินใจหนีออกนอกประเทศเพราะถ้าอยู่ต่อคงไม่มีอะไรดีขึ้น

ครอบครัวของ นาเดีย นาดิม ได้หนีไปยังพรมแดนระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถาน ก่อนใช้หนังสือเดินทางปลอม เพื่อไปยังประเทศอิตาลี แล้วเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษซึ่งมีญาติอยู่ที่นั่น แต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกผันอีกครั้ง เมื่อรถบัสที่นำ นาเดีย นาดิมและครอบครัวกลับส่งเธอลงในย่านชนบทของเดนมาร์ค นับว่าโชคชะตายังมี เพราะครอบครัวของนาเดีย นาดิม ได้ขอเป็นผู้ลี้ภัยและได้เข้าไปอยู่ในค่ายอพยพของเดนมาร์ค

หลังจากนั้นเธอได้เรียนหนังสือจนจบปริญญา และกำลังได้เป็นนักเรียนแพทย์ เธอก็ใช้เวลาว่างจากการเรียน ฝึกซ้อมฟุตบอลไปด้วย เธอมีพื้นฐานในการเล่นฟุตบอลมาบ้าง จากการฝึกสอนของพ่อในช่วงวัยเด็กเมื่อครั้งที่เธอยังอยู่ในบ้านเกิด ด้วยพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอลที่ติดตัวมา และพรแสวงจากการฝึกฝน เธอก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นนักฟุตบอลอาชีพพร้อมทั้งติดทีมชาติเดนมาร์คในเวลาต่อมา หลังจากครอบครัวและ นาเดีย นาดิม ได้เป็นพลเมืองของเดนมาร์คอย่างเต็มตัวแล้ว

                 คำว่า นักฟุตบอลทีมชาติช่างห่างไกลจากโลกความเป็นจริงนัก ถ้าเธอยังเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในอัฟกานิสถานเหมือนเดิม แต่โชคก็ยังเข้าข้างเธอ ชีวิตที่เลวร้ายก็กลับกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งนี้แม่ของเธอเองก็มีส่วนในการพาครอบครัวขึ้นมาจากหลุมอย่างที่หลายครอบครัวในอัฟกานิสถานประสบพบเจอ เธอและครอบครัวหนีจากความยากลำบากที่ไม่อาจทนกับสภาพเหล่านั้นได้ ความเลวร้ายต่าง ๆ เริ่มเพิ่มขึ้นจากการจับตัวของพ่อ และข่าวของพ่อที่เสียชีวิตลง และแน่นอนนั่นคือฝันร้ายที่สุดในชีวิตของนาเดีย นาดิม ถ้าเธอยังอยู่ที่อัฟกานิสานตามเดิม เธอก็เป็นได้แค่ผู้ลี้ภัยที่ไร้อนาคต เพราะผู้หญิงในประเทศนี้ไม่ได้รับโอกาสมากนัก เธอคงไม่มีสิทธิ์เลือกอนาคตของเธอได้เอง นาเดีย นาดิม เดินออกมาจากฝันร้ายและกลายมาเป็นคนกำหนดอนาคตด้วยตัวเธอเอง

“ณัฐพงษ์ ขจรมาลี” ผู้รักษาประตูหัวใจแกร่ง ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อทุกอุปสรรค

คงไม่มีใครคาดคิดว่าทีมรองบ่อนอย่าง พีที ประจวบ เอฟซี จะเอาชนะทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปได้ในการแข่งขันโตโยต้า ลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์รายการแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ นอกจาก “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล จะได้รับการยกย่องในการสร้างปาฏิหาริย์ให้กับทีมต่อพิฆาตครั้งนี้แล้ว “ณัฐพงษ์ ขจรมาลี” ผู้รักษาประตูของทีมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกพูดถึงในเรื่องของหัวใจนักต่อสู้ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม เมื่อสามารถฟื้นตัวกลับมาจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิตจนสามารถช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

                ณัฐพงษ์ ขจรมาลี เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับจามจุรี ยูไนเต็ด ทีมลีกดิวิชั่น 2 ในตำแหน่งผู้รักษาประตู ก่อนจะย้ายสู่ทีมชัยนาท ฮอร์นบิล และลงเล่นในลีกสูงสุดของประเทศในปี พ.ศ. 2559 ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่และฟอร์มการเล่นที่ดี ทำให้เขาถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติในอนาคตอันใกล้ แต่แล้วในวันที่ 30 เมษายน 2560 ณัฐพงษ์ได้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ประสานงานกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างจังระหว่างขับรถกลับจากการลงแข่งขันช่วยต้นสังกัด ทำให้กะโหลกศีรษะแตก แขนขวาหัก และเอ็นข้อศอกขวาฉีกขาด จนต้องทำการใส่น็อตยึดกะโหลกศีรษะและใส่กระดูกเทียมในร่างกาย แม้จะรอดชีวิตจากอุบัติเหตุแต่ก็ต้องทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจจากการรักษาและพักฟื้นตัว

                จากอุบัติเหตุครั้งนั้น ณัฐพงษ์ได้รับความช่วยเหลือจากนักฟุตบอลระดับโลกถึง 3 คน คือ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และเคิร์ต ซูม่า จัดการประมูลเสื้อแข่งของพวกเขาเพื่อหาเงินสมทบทุนสำหรับการรักษาตัวผ่านการติดต่อจากเพื่อนร่วมทีมอย่างฟลอรองต์ ชินามา ปงโกลล์ นอกจากนั้นยังมีนักฟุตบอลชาวไทยหลายคนร่วมช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย

                ภายหลังจากประสบอุบัติเหตุ 6 เดือน ผู้รักษาประตูหนุ่มก็เริ่มทำการกายภาพด้วยความหวังว่าจะกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แม้หลายคนจะมองว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน เพราะกะโหลกศีรษะเต็มไปด้วยน็อตที่ถูกยึดเอาไว้ แถมแขนขวายังต้องใช้กระดูกเทียมมาต่อเป็นแขนอีก แถมคุณหมอที่ดูแลยังไม่แนะนำให้กลับมาเล่นฟุตบอลอีก เพราะมีความเสี่ยงต่อร่างกายมาก

แม้จะหมดสัญญากับต้นสังกัดเดิม ณัฐพงษ์ก็ยังมุ่งมั่นฟิตร่างกายจนพร้อมกลับมาลงสนามอีกครั้ง บวกกับตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ไม่ต้องใช้ร่างกายมาก แต่กลับไม่มีทีมใดคว้าตัวเขาไปร่วมทีม นอกจากสโมสรมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ทีมในระดับ T4 แม้จะต้องลดค่าเหนื่อยลง แต่เขาก็ยินดีแลกด้วยโอกาสในการลงสนามอีกครั้ง หลังจากร้างสนามไปกว่า 1 ปี แล้วความพยายามก็ออกผลสำเร็จเมื่อสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี คว้าตัวเขากลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง โดยนัดแรกที่ลงเฝ้าเสาเขาช่วยต้นสังกัดใหม่บุกไปเอาชนะเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดได้ถึงถิ่น ซึ่งเขามีส่วนสำคัญในการช่วยทีมเก็บคลีนชีตไว้ได้

จนกระทั้งในศึกโตโยต้า ลีก คัพ 2019 รอบชิงชนะเลิศ ณัฐพงษ์ช่วยให้ทีมต่อพิฆาตรอดพ้นจากการเสียประตูหลายต่อหลายครั้งจนหมดเวลาการแข่งขัน 120 นาทีด้วยผลเสมอ 1-1 ต้องทำการตัดสินด้วยการยิงลูกจุดโทษ ก่อนจะเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 8-7 คว้าแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ และมีนักพนันจำนวนมากที่รับเงินก้อนโตในแมตท์นี้ไปจาก VWIN

ณัฐพงษ์เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของคนที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจนสามารถก้าวผ่านความยากลำบากไปสู่ความสำเร็จได้ แม้บาดแผลในร่างกายจะทิ้งร่องรอยแห่งความเจ็บปวดเอาไว้ แต่ด้วยจิตใจที่ไม่ยอมแพ้จะพาชีวิตไปสู่ความสุขได้อย่างแน่นอน

ทีมเวิร์คหรือความสามารถเฉพาะตัว

เราเข้าใจกันว่าการมีศูนย์หน้าที่ดีในการทำประตูเป็นสิ่งสำคัญในการพาทีมได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่ง แน่นอนเกมแพ้หรือชนะวัดกันที่การยิงประตู และศูนย์หน้าเปรียบดังหัวหมู่ทะลวงฟันที่มีโอกาสมากที่สุดเหนือตำแหน่งอื่นในทีม ในเกมการแข่งขันแฟนบอลจะรู้สึกตื่นเต้นไปกับศูนย์หน้าเฉียบคมในการทำประตู ไม่ว่าจะเป็นลูกมหัสจรรย์เหนือความคาดหมายหรือผู้เล่นคนอื่นแอสซิสมาให้ก็ตาม เรามักโฟกัสไปที่ตำแหน่งศูนย์หน้ามากกว่าตำแหน่งอื่น แต่อย่าลืมว่าถ้าหากยิงประตูไม่ได้แล้วโดนยิงประตูจากคู่แข่งแทน สุดท้ายทีมก็แพ้อยู่ดี ไม่ว่าศูนย์หน้าจะเก่งกาจแค่ไหนก็ตาม

                 โลกของฟุตบอลส่วนใหญ่แล้ว จะกล่าวถึงตำแหน่งกองหน้ามากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งที่มีผู้เล่นในสนามถึง 11 คน ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลาง ตลอดจนกองหน้า ต่างกันเพียงหน้าที่ในแต่ละตำแหน่ง ไม่มีใครไม่รู้จัก เพชฌฆาตหน้าหยกอดีตศูนย์หน้า ปิยะพงศ์ ผิวอ่อน, ประทีป ปานขาว, พิชัย คงศรี จอมโขกหัวเรดาห์, รณชัย สยมชัย, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์, วรวุธ ศรีมะฆะ, เศกสรรค์ ปิตุรัตน์,  พิพัฒน์ ต้นกันยา, ศรายุทธ ชัยคำดี ตลอดจนยุคนี้อย่าง ธีรเทพ วิโนทัย,  ธีรศิลป์ แดงดา

แต่ศูนย์หน้าย่อมมีวันโรยราเมื่ออายุมากขึ้น จะมีใครเข้ามาทดแทนในตำแหน่งนี้ได้ ในไทยลีกเริ่มจะมีการฉายแววชองนักเตะศูนย์หน้าที่น่าจับตาหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อภิวัฒน์ เพ็งประโคน ศูนย์หน้า ปตท ระยอง เอฟซี ที่วางเท้ายิงได้ดีเป็นความหวังของทีมชาติ แต่เด้วยอายุที่มากวัย 30 ปี จึงอาจจะใช้งานได้ไม่นาน แต่ยังมีนักเตะที่อายุน้อย ยังเหลือการใช้งานอีกยาวนาน อย่าง ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา หรืออย่าง ศุภโชค สารชาติ, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์หรือเอกนิษฐ์ ปัญญาที่ฟอร์มร้อนแรงขึ้นมาในขณะนี้  ที่รอวันลับคมสั่งสมประสบการณ์ แต่ด้วยฝีเท้าที่เกินวัยจึงเป็นความหวังใหม่ของทีมชาติไทยไปแล้ว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ศูนย์หน้ามีส่วนสำคัญกับทีม แต่ฟันเฟืองตัวอื่นก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะถ้าขาดความสมดุลภายในทีม ประสิทธิภาพของทีมโดยรวมก็จะลดลงไป ถึงจะมีศูนย์หน้าเก่งแค่ไหน มีความเฉียบคมเพียงใด ก็ไม่อาจนำความสำเร็จมาสู่ทีมได้ ระบบทีมเวิร์คจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยกว่าการมีศูนย์หน้าที่ดี

                  ทีมที่มีการเล่นที่สวยงาม มีแทคติคที่ยอดเยี่ยมแต่ขาดความเฉียบคมของกองหน้า ทีมนั้นอาจจะไม่ชนะเมื่อเกมจบลงก็เป็นได้ แต่ถ้าทีมมีศูนย์หน้าที่ยอดเยี่ยมเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่ขาดความสัมพันธ์ภายในทีมที่ดีพอ ทำให้ความสมดุลของทั้งทีมขาดหายไป ทีมก็ไม่ชนะได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นส่วนผสมที่โค้ชจะต้องนำมาปรับเพื่อให้เกิดความสมดุลภายในทีม เพราะแต่ละตำแหน่ง ล้วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

                การเดิมพันในเกมฟุตบอลก็เช่นกัน หากคุณร่วมเล่นกันเพื่อน เล่นกันเป็นทีมเวิร์ค แบ่งปันทรรศนะ และเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน นั่นก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้คุณและเพื่อนสามารถล้มโต๊ะบอลหรือเว็บพนันออนไลน์ได้ทันที บางครั้งความสามารถเฉพาะตัวของนักพนันเช่นคุณก็อาจดีขึ้นไปอีก หากเป็นการเดิมพันร่วมกันแบบทีมเวิร์ค

มูลค่าที่มองไม่เห็น ของวงการฟุตบอลไทย

มูลค่ามีทั้งสิ่งที่จับต้องได้หรือมองเห็น แต่ยังมีมูลค่าที่มองไม่เห็น และมูลค่าแบบนี้เป็นสิ่งที่เกินคาดคะเนเอาเสียด้วย แน่นอนการเติบโตทางด้านการลงทุนด้วยการทุ่มเม็ดเงินเพื่อซื้อสโมสรฟุตบอลจากมหาเศรษฐีต่าง ๆ หากแต่สโมสรที่ได้ชื่อว่ามีมูลค่ามากที่สุดในโลกทีมหนึ่ง ยังมีหนี้สินมากมาย แต่ระยะยาวแล้ว ผลสำเร็จที่ตามมานั้นไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการหลัก หรือความมีชื่อเสียงของบรรดาเศรษฐีทั้งหลายหรือแม้แต่อำนาจในด้านอื่นก็ตาม

ด้วยความที่ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมสำหรับคนทั่วโลก การทุ่มทุนซื้อนักเตะที่ดีมาสู่ทีมและถ้ายิ่งทีมประสบความสำเร็จอาจได้ทั้งถ้วยและเกียรติยศมาสู่ทีมด้วย ยิ่งตอกย้ำให้ทีมมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หากจะเรียกนักเตะเป็นทรัพย์สินหนึ่งของสโมสรคงไม่เกินเลย สิ่งที่นอกเหนือจากนั้นเมื่อทีมประสบความสำเร็จ แบรนด์ที่อกเสื้อและสิ่งของต่าง ๆ เช่น เสื้อทีม ผ้าพันคอ ตลอดจนสิ่งของอื่น ๆ ที่มีแบรนด์ของสโมสรยังขายได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

                 สำหรับประเทศไทยก็ขอยกตัวอย่างทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่นับว่าประสบความสำเร็จทีมหนึ่ง จากทีมโนเนมขึ้นสู่ทีมในระดับเอเชีย จากการบริหารของเจ้าของสโมสร ถ้วยแชมป์ต่าง ๆ ที่ได้มาล้วนทำให้มูลค่าของสโมสรเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่ ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ดเองก็ไม่ต่างกัน เพราะไม่มีแฟนบอลในไทยคนไหนไม่รู้จัก

หรือหากจะยกตัวอย่างทีมในต่างประเทศ ก็จะยกเอา ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ตระกูลเกลเซอร์ เทคโอเวอร์สโมสรแม้ในช่วงระยะเวลาแรกจะขาดทุนแต่ปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นทีมที่มีมูลค่าสูงมากทีมหนึ่งของโลก หรือจะเป็นทีมจิ้งจอกแห่งสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมของวิชัย ศรีวัฒนประภาผู้ล่วงลับ ที่ทำการเทคโอเวอร์สโมสรในปี 2010 จนสามารถได้แชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปี 2015/2016 จนทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ และเจ้าของสโมสรเป็นที่สนใจของชาวโลก ทำให้เมืองเลสเตอร์ เป็นที่รู้จักและมีการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้น

หรือเชลแม้แต่ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ที่มีโรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีน้ำมันชาวรัสเซียเป็นเจ้าของ หรือ ซัลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี ผู้กลายเป็นอดีตเจ้าของเอซี มิลาน ผู้อื้อฉาวได้ขายหุ้นให้กับ กลุ่มทุนจากจีน ซึ่งเจ้าของคนใหม่ คือ หลี่ หย่ง หง ตอนแรกที่มีข่าวกับมหาเศรษฐีชาวไทย บี เตชะอุบล แต่เปลี่ยนใจขายให้กับนักธุรกิจชาวจีนแทน ข้ามฟากมายังเอเชีย ทีมอย่าง กว่างโจว เอฟเวอร์แกรนท์ ทีมชั้นนำในลีกของจีน ถูกซื้อหุ้นจำนวน 50%จากมหาเศรษฐีนามว่า แจ็คหม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบานั่นเอง มหาเศรษฐีเหล่านี้อาจจะซื้อทีมสโมสรเพราะใจรักในกีฬาฟุตอล หรือมีสิ่งอื่นนอกเหนือกว่านั้นก็ได้

                 นี่แค่เป็นตัวอย่างบางตัวอย่างเท่านั้น การทุ่มทุนซื้อสโมสรของมหาเศรษฐีทั้งหลายมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอเหนือจากกำไรที่มาจากมูลค่าทรัพย์สินและผลประกอบการแล้ว ลู่ทางสู่ความมั่งคั่งเพื่อสร้างชื่อไปสู่หนทางแห่งอำนาจต่อรองมากขึ้น นับเป็นมูลค่าที่มองไม่เห็นทั้งสิ้น

                นอกจากเม็ดเงินจำนวนมากที่เกิดขึ้นกับทีมฟุตบอลแล้ว แม้ว่าวันนี้คุณเองไม่ใช่เจ้าของทีม หรือไม่มีเงินมากพอที่จะลงทุนทำทีมฟุตบอล แต่สิ่งหนึ่งที่คุณทำได้ก็คือการเลือกเดิมพันในเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ นั่นหมายความว่าเม็ดเงินจำนวนมากจะไหลเข้ากระเป๋าคุณเพียงคนเดียว โดยไร้ซึ่งค่าบริหารและไม่ต้องหวังเพิ่งสปอนเซอร์ เลือกเว็บไซต์ที่ชื่นชอบ ติดตามการอัพเดตข่าวสารเสมอ แล้วเม็ดเงินจำนวนมากจะไหลเข้ามาหาคุณแบบไม่ทันตั้งตัว

นักเตะเยาวชนกับไทยลีกที่รอวันพัฒนา

หลังจากผ่านนัดที่ 21 ของไทยลีกไป มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนั่นคือ ทีมนำเปลี่ยน ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น ทีมนำยังเป็นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งนัดนี้เป็นการพบกันระหว่างสองทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีก เชียงราย ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยที่เจ้าบ้านต้องการชัยชนะนัดนี้เป็นอย่างมากเพื่อขึ้นนำเป็นเป็นทีมหัวตาราง แต่ไม่ได้ง่ายดายนัก เพราะคู่แข่งคือทีมนำอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คับคั่งไปด้วยผู้เล่นฝีเท้าจัดจ้านทั้งทีม แต่เชียงราย ยูไนเต็ดเองก็มีดีเช่นกันยามที่เป็นทีมเหย้า ผลสกอร์เมื่อจบการแข่งขันค่อนข้างผิดความคาดหมายอย่างมาก เจ้าบ้านชนะขาดด้วยสกอร์ 4 : 0 แม้แต่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คงไม่คาดคิดว่า ผลการแข่งขันจะออกมาขาดเช่นนี้ เกมส์ในสนามของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทำได้ดีแล้ว แต่ยังดีไม่พอที่จะยึดจ่าฝูงไว้ได้ การเปลี่ยนแปลงทีมหัวตารางจึงเกิดขึ้นและทีมที่ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงแทนคือคู่แข่งที่ชนะในวันนี้ นั่นคือ เชียงราย ยูไนเต็ดนั่นเอง

ทีมใหญ่อีกทีมที่พอเริ่มเลคสองมากก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่ง จากทีมที่อยู่อันดับท้ายตารางในช่วงเลคแรก หลังจากการเปลี่ยนผู้ฝึกสอน มาเป็น อเลกซานเดอร์ กาม่า โค้ชชาวบราซิลผู้ผ่านประสบการณ์ไทยลีกมาอย่างยาวนานก็ทำให้ทีมเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป๋นหลังมือได้ นั่นคือเก็บชัยชนะ 6 นัด จาก 7 นัดในช่วงเลคสองที่ผ่านมา ทำให้ทีมไต่อันดับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มบนของตารางคะแนนได้สำเร็จ รวมทั้งเปิดบ้านมีชัยต่อ ชัยนาท ฮอร์นบิล ไม่ต่างอะไรกับทีมหนีตกชั้นอย่างสุโขทัย เอฟซี ที่เอาชนะทีมที่มีอันดับดีกว่าอย่าง ปตท. ระยอง เอฟซี ไปได้ ทำให้ สุโขทัย เอฟซีหนีจากทีมที่อยู่ในโซนตกชั้นได้สำเร็จ

ไม่ว่าจะเป็นทีมที่ลุ้นแชมป์หรือเป็นทีมที่หนีตกชั้น ความเข้มข้นไม่ต่างกันเลย ไม่แน่ว่าอาจมีลุ้นกันจนนัดสุดท้ายก็ได้ว่า ทีมแชมป์คือใครหรือทีมตกชั้นเป็นทีมใด

                จากการเปลี่ยนแปลงระบบการแข่งขันจากเดิมที่มี 18 ทีมมาเป็น 16 ทีม ทำให้ไทยลีกมีความเข้มข้นน่าดูยิ่งขึ้น หลายคนอาจไม่เห็นด้วยจะทำให้เกมไม่เร้าใจ แต่ไทยลีกฤดูกาลนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเกมส์ออกมาเร้าใจขนาดไหน ถึงแม้จำนวนแมทช์ของแต่ละทีมลดลงแต่การชิงชัยเพื่อที่จะอยู่รอดไม่ตกชั้นไปเล่นไทยลีกรองนั้นเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละทีมวางแผนเสริมตัวผู้เล่นต่างชาติหรือผู้เล่นไทยฝีเท้าดีกันมากมาย จึงเป็นผลให้ไทยลีกสนุกขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นการแข่งขันของผู้เล่นภายในทีมยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก โดยเฉพาะนักเตะเยาวชนอายุน้อยได้เรียนรู้ประสบการณ์และเรียกความมั่นใจโดยการโชว์ลวดลายฝีเท้าให้เข้าตาเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งเป็นผลดีต่อนักเตะเอง และนั่นเป็นการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยโดยตรง และจากการเข้ามารับงานเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีกับทีมชาติชุดใหญ่  อากิระ นิชิโนะ ซึ่งเป็นโค้ชระดับเอเชียที่มีผลงานทั้งคุมสโมสรกับทีมชาติญี่ปุ่นหลายชุด และพาทีมชาติญี่ปุ่นเข้าสู่รอบสองในฟุตบอลโลกล่าสุดที่รัสเซียมาแล้ว นักเตะไทยต้องเรียนรู้จากเขาและต้องโชว์ศักยภาพให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานิชิโนะ โค้ชชาวญี่ปุ่นคนนี้ ไม่แน่นักเตะเยาวชนหลายคนที่กำบังโชว์ฟอร์มเด่น เจิดจ้าในไทยลีกจณะนี้ อาจมีชื่อติดทีมชาติในยุค นิชิโนะก็เป็นได้

ไทยลีกจากยุคแรกจนถึงปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นไปมากและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เราเห็นนักเตะเยาวชนโลดแล่นอยู่ในไทยลีกหลายคน และนั่นคือเพชรเม็ดงามรอการเจียระไนให้เปล่งประกายในระดับเอเชียได้

      การแข่งขันชิงแชมป์เอเชียในระดับรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกำลังจะเปิดฉากขึ้น จะเป็นบทพิสูจน์ของฟุตบอลไทยอีกครั้ง ภายใต้การคุมของเฮดโค้ชคนใหม่ จะเป็นอย่างไร น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่นอกเหนือจากนั้นทีมชาติจะแข็งแกร่งได้นั้น ลีกในประเทศจำเป็นต้องแข็งแกร่งด้วย นั่นก็เท่ากับว่าเราจะมีเพชรเม็ดงามในไทยลีกเพิ่มขึ้นที่รอรอการเจียระไน อันเป็นรากฐานของฟุตบอลที่แท้จริงในระยะยาว รอวันที่ทีมชาติจะไปผงาดในฟุตบอลโลกให้ได้สักครั้ง

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ค่อยๆปรากฏขึ้น ขอเพียงแต่วางแผนต่อยอดขึ้นไปสู่แสงสว่างนั้น อย่าได้วนเวียนอยู่ในอ่างเหมือนที่ผ่านมาอีกเลย

ดีที่สุดไม่มี มีแต่ดีในช่วงเวลาเหมาะสม

ใน 4 ครั้งหลังสุด แชมป์ฟุตบอลโลกตกเป็นของทีมที่มาจากทวีปยุโรปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ทีมอิตาลี ทีมสเปน ทีมเยอรมัน และล่าสุด ทีมฝรั่งเศสที่ได้แชมป์ไปครอง นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกก่อเกิดขึ้นมา มีเพียงประเทศจาก 2 ทวีปเท่านั้นที่ได้แชมป์ไปครอบครอง

ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือประเทศในสองทวีปนี้เป็นเลิศทางด้านฟุตบอลมาอย่างยาวนานเหนือกว่าทวีปอื่นในโลก มีลีกอาชีพอันยาวนานและแข็งแกร่งจึงมีนักเตะฝีเท้าดีระดับโลกอยู่มากมาย นักฟุตบอลที่แจ้งเกิดในฟุตบอลโลกแต่ละครั้งส่วนใหญ่มาจากสองทวีปนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแข้งตำนานอย่างเปเล่ นักเตะเทวดาชาวบราซิล โยฮันคลัฟ ชาวดัตช์ฮอนแลนด์ มาราโดน่า ที่แฟนบอลรู้จักกันดี กับหัสถ์พระเจ้าอันโด่งดัง เปาโล รอสซี่ นักเตะอิตาลี เจอเก้นท์ คลินท์สมัน โรมาริโอ้ โรนัลโด้ เมสซี่ ซีเนอดีน ซีดาน เป็นต้น บรรดานักเตะเหล่านี้ต่างวาดลวดลายฝีเท้าให้โลกจดจำชื่อได้ดีจนกลายเป็นตำนานไปแล้ว ผลผลิตของฟุตบอลโลกส่วนหนึ่งมีนักเตะที่เจิดจรัสประดับวงการเพิ่มขึ้น แต่อีกหลายคนก็เป็นเวทีดับแสง ฟอร์มตกกราวรูดก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

                บางครั้งทีมเต็งที่มีนักเตะเวิร์ลคลาสล้นทีมต้องมาตกรอบก่อนด้วยปัจจัยหลายอย่าง อย่างเช่นในปี1986 ฟุตบอลโลกที่เม็กซิโก บราซิลทีมเต็งแชมป์คับคั่งไปด้วยนักเตะระดับโลกมากมาย ในยุคนั้นมีทั้ง กาเรก้า, ซิโก้ เจ้าของฉายาเปเล่ขาว ก็พ่ายแพ้ให้แก่ทีมฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้ายุโรปที่มี พลาตินี่นำทัพมา หรือในปี 2002 ใครจะเชื่อว่าทีมที่เป็นแชมป์โลกก่อนหน้านั้น เตะเพียงแค่สามแมทช์ในรอบแรกโดยไม่ชนะทีมใดเลย และต้องตกรอบแรกไปก่อนเวลาแม้จะมีนักเตะระดับโลกแทบจะเป็นชุดเดียวกับที่คว้าแชมป์โลกมาได้ในบ้านพวกเขาเอง ซีเนอดีน ซีดาน, เธียรี่ อองรี, ดิลิยง ตูราม, ปาทริค วิเอร่า, มาร์กเซย เดอไซยี่ ไม่มีใครไม่รู้จักพวกเขา และทีมยิงประตูไม่ได้เลย

หรือปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ ทีมอิตาลีทีมแชมป์ปี 2006 ก็ต้องมาร่วงรอบแรกเช่นเดียวกัน ทั้งที่มีสตาร์ดังอยู่เต็มทีม และในปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ ทีมสเปน อีกทีมที่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย โดยที่สเปนคว้าแชมป์โลกในปี 2010 แต่กลับร่วงรอบแรกเช่นเดียวกัน โดยประเดิมสนามแพ้ทั้งเนเธอร์แลน์และชิลี หรือฟุตบอลโลกปีล่าสุดแชมป์เก่าอย่าง เยอรมันกลับน้ำตาตก ร่วงรอบแรกโดยฝีมือของเกาหลีใต้ มีอันต้องกลับบ้านก่อนเวลา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าทีมเหล่านี้ต้องมาเจอกับฝันร้ายทั้ง ๆ ที่ในฝันหวานเมื่อวันวานทั้งสิ้น นี่คือสีสันของฟุตบอลโลก

                คงบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าทีมที่มีนักเตะที่ดีอยู่เกือบทั้งทีม ทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อาจไม่ได้เป็นทีมที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นก็ได้ นี่เป็นสถิติที่น่าสนใจ และคอยเตือนว่าไม่มีทีมไหนที่ดีที่สุด มีเพียงทีมที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้นเท่านั้น