ponballonline.com

Menu Close

Category: นักฟุตบอล

เหตุใดบาเยิร์นจึงทุ่มซื้อ ลูคัส เอร์นาเดซ

นี่ถือเป็นสัญญาณบอกเหตุอีกครั้ง ที่ยืนยันได้ว่าทางสโมสร บาเยิร์น มิวนิค กำลังวางแผนตั้งใจเปลี่ยนถ่ายนักเตะสายเลือดใหม่เข้ามาสู่สโมสร ภายหลังพึ่งประกาศคว้าตัวแนวรับดาวรุ่งดีกรีแชมป์โลกชาวฝรั่งเศสอย่าง เบนฌาแมง ปาวาร์ จากสโมสร สตุ๊ตการ์ท และกำลังมีข่าวอย่างหนักกับดาวรุ่งชาวอังกฤษอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกทีมชาติอังกฤษดีกรีแชมป์โลกชุด ยู-17 จากสโมสรเชลซี และในรายล่าสุดเจ้าของค่าตัวกองหลังสถิติโลกอันดับที่สองอย่าง ลูคัส เอร์นานเดซ

จากการที่เจ้าตัวได้รับความสนใจจากบรรดาทีมชั้นนำของยุโรปมาโดยตลอด สุดท้ายเป้าหมายต่อไปของดาวรุ่งรายนี้ก็เป็นที่แน่ชัดเสียที เมื่อทางสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ประกาศคว้าตัว ลูคัส เอร์นานเดซ กองหลังดาวรุ่งจากสโมสร
แอตเลติโก มาดริด ด้วยมูลค่าสูงถึง 80 ล้านยูโร และถือเป็นการทำลายสถิติใหม่ของสโมสร ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าแปลกมากเพราะโดยปกติแล้ว บาเยิร์น มิวนิค ถือเป็นหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่ที่มักจะไม่ค่อยทุ่มเงินกับการซื้อนักเตะเพียงรายเดียว แล้วเหตุใด นักเตะรายนี้จึงเป็นข้อยกเว้น

                ลูคัส เอร์นานเดซ  กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ที่การันตีความสามารถด้วยการเป็นหนึ่งในขุนพลที่พาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกสมัยล่าสุดมาครองได้สำเร็จ โดยตำแหน่งหลักที่เจ้าตัวเล่นให้กับทางสโมสรและทีมชาติคือ ตำแหน่งแบ็คซ้าย แต่หากถึงคราวที่จำเป็น ก็สามารถที่จะหุบมาเล่นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง และยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเช่นเดียวกัน

                 “เขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังสามารถเล่นได้ทั้งแบ็คฝั่งซ้ายและเซนเตอร์แบ็ก ซึ่งการมาของ ลูคัส จะทำให้สโมสรของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นี่คือคำกล่าวของ ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร
บาเยิร์น มิวนิค ที่ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประกาศคว้าตัวกองหลังรายนี้

                ไม่ใช่แค่ตำแหน่งการเล่นในแผงกองหลังที่หลากหลาย แต่จุดเด่นที่แท้จริงของดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้คือ การเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นและมีประสิทธิภาพ โดยตลอดการลงเล่นในฤดูกาลนี้ ลูคัส เอร์นานเดซ มีสถิติในการเคลียร์บอลอันตรายเฉลี่ยสูงถึง 3.4 ครั้งต่อเกม เข้าสกัดคู่แข่งสำเร็จเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 2.5 ครั้ง และยังมีความสามารถในการดวลชนะลูกกลางอากาศเฉลี่ย 1.6 ครั้งต่อเกม เรียกได้ว่าหากทีมคู่แข่งต้องการเจาะเกมรุกทางฝั่งของเขา คงเป็นเรื่องยากที่จะผ่านเจ้าตัวไปได้ และด้วยอายุที่อยู่ในวัยเพียง 23 ปี ทำให้ดาวรุ่งรายนี้ถูกจับตามองในฐานะกองหลังที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆของโลกได้ในอนาคต

                จากความสามารถที่กล่าวมา จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ทาง บาเยิร์น ตัดสินใจคว้าตัวกองหลังรายนี้ด้วย
มูลค่าที่เป็นสถิติสโมสร ตอนนี้ก็ได้แต่รอเวลาที่เจ้าตัวจะมาโชว์ศักยภาพให้เหล่าแฟนบอลได้เห็นว่าเหมาะสมกับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ เพระท้ายที่สุดแล้วเราต้องไม่ลืมว่า “สถิติในอดีต ไม่ได้เป็นตัวยืนยันความสามารถในอนาคต”

ควรต่อสัญญาหรือไม่กับชายที่ชื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า

อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางชาวสเปนจากสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีแฟนบอลสโมสรชื่นชอบมากที่สุด ด้วยบุคลิกความทุ่มเทในสนามที่มักจะวิ่งเหมือนมีถังเก็บพลังงานสำรอง และความรักที่มีต่อสโมสร จึงไม่น่าแปลกใจที่ เอร์เรร่า จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ได้รับการโหวตจากแฟนบอลให้เป็นว่าที่กัปตันทีมปีศาจแดง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอนาคต

                แต่ในปัจจุบัน สัญญาของ เอร์เรร่า กับทางสโมสรกลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทั้งที่สื่ออังกฤษต่างลงข่าวอยู่เสมอว่า สโมสรได้เปิดเจรจาต่อสัญญากับเจ้าตัวเป็นที่เรียบร้อย แต่ท้ายที่สุดแล้ว เห็นจะมีก็แต่สื่อมวลชนที่เล่นประเด็นนี้กันอย่างสนุกสนาน เพราะเจ้าตัวได้ออกมายืนยันเป็นที่เรียบร้อยว่า ยังไม่ได้เจรจาเซ็นสัญญาใหม่กับทางต้นสังกัด

                ท่ามกลางกระแสข่าวที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ล่าสุดเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเด็นดังกล่าวว่า “ถือเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่คุณเหลือสัญญากับทางสโมสรอีกเพียงแค่ 3 เดือน เพียงแต่ในตอนนี้ผมสนใจแค่ผลงานในสนามตลอดฤดูกาลที่เหลือ ส่วนเรื่องอื่นผมปล่อยให้เอเยนต์เป็นคนจัดการ ทั้งการเจรจาสัญญากับทางสโมสร และโอกาสความเป็นไปได้ในการย้ายทีม”

                กลายเป็นว่าเหมือนหนังคนละม้วน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา อันเดร์ เอร์เรร่า มักให้สัมภาษณ์กับสื่อในทิศทางที่ว่า พร้อมที่จะค้าแข้งกับสโมสรไปอีกนาน แต่ในตอนนี้สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แล้วถ้าดาวเตะชาวสเปนรายนี้ตัดสินใจย้ายออกจากสโมสร จะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นต่อทีมบ้าง

                จากสถิติในการเล่นตลอดฤดูกาล 2018/2019 พบว่า เอร์เรร่า ถือเป็นนักเตะที่เข้าสกัดคู่แข่งสำเร็จมากกว่าทุกๆคนในทีม โดยเข้าสกัดคู่แข่งเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 2.4 ครั้ง เหนือกว่า เนมานย่า มาติช หรือแม้กระทั่งผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังอย่าง
วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่มีสถิติการเข้าสกัดเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 1.9 และ 1.3 ครั้งตามลำดับ นอกเหนือจากการเข้าสกัดแล้ว เอร์เรร่า ยังมีความสามารถในการแย่งบอลจากคู่แข่งสูงที่สุดในทีมอีกด้วย โดยมีสถิติการแย่งบอลจากเท้าคู่แข่งสำเร็จอยู่ที่ 1.9 ครั้งต่อเกม

                ยิ่งไปกว่านั้น หากมองที่วิธีการเล่นของเจ้าตัว ที่มักจะคอยวิ่งช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมให้สามารถจ่ายบอลหนีตัวประกบได้ง่าย และถ่ายเทบอลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทีมเสียการครองบอลยากกว่าเดิมเวลาที่นักเตะรายนี้อยู่ในสนาม และการเล่นบอลที่ชาญฉลาดนี้เอง ที่ทำให้ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจาก โชเซ่ มูรินโญ่  อดีตผู้จัดการทีมของสโมสร โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ มูรินโญ่ ยกย่อง เอร์เรร่า เป็นอย่างมาก คือเหตุการณ์ที่ มิดฟิลด์รายนี้เคยขัดคำสั่งที่เขาต้องการให้เจ้าตัวเข้าไปยืนในกรอบเขตโทษ แต่เขาเห็นเพื่อนร่วมทีมมีความสามารถในการทำประตูมากกว่า จึงได้สั่งให้เพื่อนร่วมทีมสลับตำแหน่งกับตัวเอง และนี่คือที่มาของประตูชัยที่ส่งผลให้ทีมเอาชนะ อาแจ็กซ์ และคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก มาครองได้ในที่สุด

                เพราะฉะนั้นแล้ว หากทาง ยูไนเต็ด ไม่สามารถที่จะเจรจาต่อสัญญาใหม่กับดาวเตะชาวสเปนรายนี้ได้ คงเป็นเรื่องน่าเสียดายและคงสร้างผลกระทบอย่างมากต่อทีมแน่นอน เพราะถึงแม้ในโลกฟุตบอลจะมีกองกลางที่มีทักษะมากมายเพียงใด แต่คงจะหาได้ยากกับชายที่รักและทุ่มเททุกอย่างให้กับสโมสรโดยไม่สนชื่อเสียงส่วนตัว ชายที่เล่นฟุตบอลได้อย่างชาญฉลาด ชายที่ชื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า

คริสเตียน พูลิซิช เด็กน้อยผู้เทใจให้ทีมนอกลีก

กลายเป็นข่าวฮือฮาว่าคริสเตียน พูลิซิชตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมเชลซีในฤดูกาลหน้าเรียบร้อย แต่นี่ไม่ใช่เรื่องราวฟุตบอลในแผ่นดินผู้ดีหนแรกของหนุ่มน้อยสัญชาติอเมริกัน เพราะเขามีความผูกพันกับการเตะลูกหนังที่แบร็กเล่ย์ ทาวน์มาก่อน

พูลิซิซ กองหน้าดาวรุ่งสัญชาติอเมริกันมาทำอะไรที่อังกฤษ?

เรื่องนี้ต้องเล่าย้อนไปว่าเขาเกิดที่เพ็นซิลวาเนียในสหรัฐอเมริกา ในครอบครัวที่มี แต่พออายุได้เจ็ดขวบ เคลลี่ ผู้เป็นแม่ได้รับทุนแลกเปลี่ยนให้มาเรียนและทำงานที่อังกฤษ​ พวกเขาทั้งครอบครัวตัดสินใจย้ายมาอยู่อังกฤษ และพูลิซิชน้อยก็ได้หัดเล่นฟุตบอลครั้งแรกที่สโมสรแบร็กเล่ย์ ทาวน์ ทีมท้องถิ่นในน็อธแธมตันเชียร์ตั้งแต่ตอนนั้น

โค้ชโรบิน วอล์กเกอร์ ผู้ดูแลทีมในช่วงดังกล่าวกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับครอบครัวพูลิซิชจนถึงปัจจุบัน เขาพาคริสเตียนไปเล่นทัวร์นาเม้นท์ต่าง ๆ และทำให้เจ้าหนูตกหลุมรักฟุตบอลหัวปักหัวปำ ไม่ว่าจะวันเรียนหรือวันหยุด คริสเตียน พูลิซิชจะหิ้วลูกบอลวิ่งออกไปยังสนามเด็กเล่นและเตะบอลกับเด็กทุกรุ่นอายุ ตอนนั้นครอบครัวพูลิซิชได้พาเขาไปดูสโมสรต่าง ๆ ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ และสโมสรในระดับล่างอีกหลายสโมสร แต่พูลิซิชไม่ชอบทีมไหนเลยเพราะตอนนั้นทีมอันดับหนึ่งในดวงใจของเขาหนีไม่พ้นแบร็กเล่ย์ เอฟซี ทีมท้องถิ่นประจำเมืองที่อยู่ในดิวิชั่น 10 ของฟุตบอลอังกฤษ พูลิซิชอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสรจนกระทั่งเขาเดินทางกลับอเมริกา ในปี 20

มาร์ก พูลิซิช อดีตผู้เล่นมหาวิทยาลัยได้งานผู้จักการทีมฟุตบอลในร่มที่มิชิแกน ครอบครัวพูลิซิชย้ายมายังมิชิแกน และพูลิซิชก็ได้เล่นให้ทีมมิชิแกน รัช ก่อนจะกลายเป็นนักเตะของศูนย์พัฒนาฝีเท้าที่ดูแลโดยสมาคมฟุตบอลของอเมริกา ซึ่งตอนนี้เองที่ความสามารถของพูลิซิชเริ่มถูกกล่าวถึงและไปเข้าตาแมวมองของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ดอร์ทมุนด์ไปค้นหาจนพบว่าคุณปู่ของพูลิซิชเป็นชาวโครเอเชีย ทำให้เขาเข้าเงื่อนไขที่จะไม่ต้องขอวีซ่าทำงาน เมื่อรู้แบบนี้สโมสรเมืองเบียร์ก็บุกถึงบ้านเพื่อยื่นข้อเสนอให้คริสเตียน พูลิซิชเข้าสู่อะคาเดมี่ของทีมเสือเหลือง และยินดีรับมาร์กเข้าเป็นสต๊าฟโค้ชของรุ่นต่ำกว่า 10 ปีให้สโมสรด้วย นั่นทำให้ครอบครัวพูลิซิชย้ายบ้านอีกครั้งจากอเมริกากลับสู่ยุโรป พูลิซิชเข้าร่วมอะคาเดมี่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และอย่างที่รู้กันเขากลายเป็นผู้เล่นทีมชุดใหญ่ของเสือเหลืองด้วยวัยเพียง 17 ปี ในเดือนมกราคม 2016 เขาก็ได้ลงเล่นเกมแรกให้ดอร์ทมุนด์ หลังจากที่โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมไว้ใจในฝีเท้าของเขาว่าสูงพอ

สองเดือนต่อมาหลังจากลงเล่นนัดแรกในบุนเดสลีก้ากับอิงโกลสตัด เจอร์เก้น คลิ้นสมันน์ เฮดโค้ชทีมชาติสหรัฐก็เรียกตัวพูลิซิชขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติด้วยการลงเล่นเวิร์ลด์ คัพรอบคัดเลือกกับกัวเตมาลา

ชีวิตของพูลิซิชในเกมลูกหนังพาเขาไปไกลมาก ก่อนที่เชลซีจะตัดสินใจทุ่มซื้อเขามาร่วมทีมในฤดูกาลหน้าด้วยค่าตัว 58 ล้านปอนด์ ทำให้พูลิซิชจะได้กลับมายังจุดเริ่มต้นของตัวเองอีกครั้ง บางทีวันว่าง ๆ เขาอาจจะเลือกไปเยือนถิ่นเก่าที่แบร็กเล่ย์ ทาวน์และเตะบอลในสนามเด็กเล่นอีกสักทีก็เป็นได้

 

© 2019 ponballonline.com. All rights reserved.

Theme by Anders Norén.