ponballonline.com

Menu Close

Category: ฟุตบอลต่างประเทศ

สามสุดยอดขุนพล ที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในขณะนี้

ตลอดการสู้ศึกฟุตบอลทวีปยุโรปในฤดูกาลนี้ ได้เกิดการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในทุกๆ ประเทศ โดยทุกสโมสรต่างต้องการคว้าถ้วยรางวัลภายในประเทศ และถ้วยรางวัลที่แข่งขันกันในระดับทวีปเพื่อนำมาเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของสโมสร แต่แน่นอนว่าหากไม่มีขุนพลชั้นนำที่จะคอยทะลวงตาข่ายคู่ต่อสู้เพื่อโจมตีทีมคู่แข่งให้พ่ายแพ้ในการสู้ศึกนั้น คงเป็นการยากที่จะประสบความสำเร็จได้

แล้วเหล่าขุนพลที่จะคอยทะลวงปราการหลังคู่แข่งให้กับสโมสร และกำลังผลงานได้อย่างโดดเด่นเป็นที่จับตามองในขณะนี้มีใครกันบ้าง

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หนึ่งในดาวยิงชั้นนำตลอดทศวรรษชาวโปรตุเกสของสโมสร ยูเวนตุส ที่อายุไม่อาจรั้งฝีมือหรือศักยภาพในตัวนักเตะรายนี้ได้เลย โดยในปัจจุบันถึงจะเข้าสู่วัย 34 ปีแล้ว ก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จากผลงานตลอดการลงเล่นในฤดูกาลนี้ โรนัลโด้ มีส่วนร่วมกับประตูของสโมสรที่ทำได้เฉลี่ยทุกๆ 83 นาทีที่ได้ลงสนาม โดยคิดเป็นค่าเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 1.08 ประตูต่อ ชนะการดวลกลางอากาศเฉลี่ยต่อเกม 1 ครั้ง เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จ 85.3 เปอร์เซ็นต์ และสร้างโอกาสยิงในแต่ละเกมเฉลี่ยสูงถึง 6.1 ครั้ง เรียกได้ว่านับตั้งแต่การย้ายมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้จุดประกายความหวังแก่เหล่าแฟนบอล ยูเวนตุส ว่า จะสามารถนำพาสโมสรกลับไปประสบความสำเร็จในเวทียุโรปอีกครั้ง

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงวัยคะนองแห่งสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ดีกรีดาวรุ่งผู้สามารถพาทีมชาติฝรั่งเศส คว้าแชมป์โลกสมัยล่าสุดไปครองได้สำเร็จ และถือว่าเป็นดาวรุ่งที่ได้รับการจับมองมากที่สุดในขณะนี้ โดยตลอดการลงเล่นในฤดูกาลนี้ของเจ้าหนู เอ็มบัปเป้ มีสถิติการเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จเฉลี่ยสูงถึง 2.3 ครั้งต่อเกม มีส่วนร่วมกับประตูที่ทางสโมสรทำได้ในทุกๆ 65 นาที คิดเป็นค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมกับประตูสูงถึง 1.39 ประตูต่อเกม จึงเป็นเหตุให้ยามใดที่สโมสรขาดดาวยิงอย่าง เนย์มาร์ หรือ เอดินสัน คาวานี่ เหล่าแฟนบอลต่างไม่เคยแสดงความรู้สึกกังวลแต่อย่างใด หากมีศูนย์หน้าดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสรายนี้อยู่ในสนาม

และแน่นอนว่าในรายสุดท้าย คงเป็นเรื่องน่าแปลกใจหากจะไม่พูดถึงศูนย์หน้าผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์อย่าง
ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงกัปตันสโมสร บาร์เซโลน่า ที่ในฤดูกาลนี้กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง เมื่อมีสถิติการมีส่วนร่วมกับประตูที่สโมสรทำได้เฉลี่ยสูงถึง 1.57 ต่อเกม หรือในทุกๆ 57 นาทีที่ได้อยู่ในสนาม ยิ่งไปกว่านั้น เมสซี่ ยังมีสถิติการจ่ายลูกสร้างสรรค์โอกาสและการเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จเฉลี่ยต่อเกมสูงถึง 3.1 ครั้งและ 3.8 ครั้งตามลำดับ โดยถ้าหากนับเฉพาะสถิติที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ลิโอเนล เมสซี่ ถือว่าเป็นนักเตะกองหน้าที่กำลังทำผลงานได้ดีที่สุดในทวีปยุโรปตลอดทั้งฤดูกาลนี้

สามผู้บัญชาแดนกลางแห่งฤดูกาล 2018/2019

เป็นที่รู้กันว่า ผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางถือเป็นตำแหน่งสำคัญในสนามที่อาจเป็นตัวชี้วัดในศึกการแข่งขันที่ดุเดือด เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางยุทธศาสตร์ในสนามรบที่จะช่วยเติมเต็มศักยภาพในการเล่นเกมรุกและเกมรับของทีม  เปรียบเสมือนฐานบัญชาการกองทัพที่จะคอยวางแผนส่งกำลังพลไปช่วยเหลือทัพในแดนหน้าหรือแดนหลัง เพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพและให้เกิดเสถียรภาพความมั่นคงเพื่อกำชัยชนะในภายหลัง

ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลทั่วทั้งทวีปยุโรปในฤดูกาล 2018/2019 ได้ขับเคลื่อนมาจนถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเกมการแข่งขัน สโมสรในแต่ละประเทศต่างกำลังมุ่งมั่นในการทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วมีนักฟุตบอลในแดนกลางคนไหนบ้าง ที่กำลังทำผลงานได้อย่างร้อนแรงมากที่สุดตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา และพาสโมสรเก็บผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่ในขณะนี้

ดาบิด ซิลบา กองกลางชาวสเปนของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ภายใต้การฝึกสอนของผู้จัดการทีมอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยจุดเด่นของ ดาบิด ซิลบา อยู่ที่การสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม จากสถิติจะพบว่า ซิลบา มีสถิติการผ่านบอลสร้างสรรค์โอกาส 2.3 ครั้งต่อเกม และมีส่วนร่วมกับประตูทุกๆ
 166 นาทีที่ลงสนาม เรียกได้ว่าในยามที่ เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกมของทีมได้รับบาดเจ็บหรือโชว์ฟอร์มไม่ออกในฤดูกาลนี้ ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อรูปเกมมากนัก ตราบใดที่กองกลางรายนี้ได้บัญชาการเกมรุกอยู่ในสนาม

ปอล ป็อกบา กองกลางชาวฝรั่งเศส ดีกรีเจ้าของแชมป์โลกสมัยล่าสุดจากสโมสรปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ภายหลังการได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับผู้ที่ปลุกปั้นเขามาในวัยเยาว์อย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั้น ทำให้ ป็อกบา ถือว่าเป็นมิดฟิลด์ที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในยุโรปถ้านับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีสถิติการมีส่วนร่วมกับประตูทุกๆ
118 นาที คิดเป็นค่าเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 0.76 ประตูต่อเกม ในขณะเดียวกันมีโอกาสการยิงประตูอยู่ที่ 3.2 ครั้งต่อเกม รวมถึงมีสถิติชนะการดวลกลางอากาศและสามารถเรียกฟาวล์สำเร็จต่อเกมอยู่ 1.7 ครั้ง และ 2 ครั้งตามลำดับ

และในรายสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ติอาโก้ อัลคันทาร่า กองกลางชาวสเปนที่สังกัดสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ที่ถือได้ว่าเป็นนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่มีความสามารถครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งของยุโรป การันตีด้วยสถิติการผ่านบอลสำเร็จคิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 92.3 เปอร์เซ็นต์ สกัดคู่แข่งสำเร็จเฉลี่ย 3 ครั้งต่อเกม แย่งบอลจากเท้าคู่แข่งสำเร็จต่อเกมอยู่ที่ 1.3 ครั้ง รวมถึงมีสถิติการเลี้ยงผ่านคู่แข่งและสถิติการจ่ายบอลยาวสูงถึง 1.9 และ 7.4 ครั้งตามลำดับ โดยหากนับเฉพาะมิดฟิลด์ที่คอยทำเกมจากแดนหลังนั้น ติอาโก้ อัลคันทาร่า ถือเป็นนักเตะที่ทำสถิติได้ดีที่สุดในทวีปยุโรปตลอดฤดูกาลนี้

แข้งล้นทีม ปล่อยยืมล้นโลก

คริสเตียน พูลิซิชเซ็นสัญญาย้ายทีมเข้าเป็นสมาชิกของสโมสรเชลซี แต่เขาจะกลับไปเล่นให้ดอร์ทมุนด์ต้นสังกัดเก่าแบบยืมตัว มันตลกตรงที่พูลิซิชเป็นแข้งรายที่ 42 ของเชลซีที่ปล่อยให้สโมสรอื่นยืมตัวไปเล่นในขณะนี้

ผู้เล่นอายุน้อยจำนวนมากจากทั่วโลกถูกเชลซีดึงมารวมทีมด้วยเหตุผลว่า แมวมองของเชลซีคิดว่าเด็กเหล่านี้มีพรสวรรค์มากพอที่จะเติบโตมาเป็นกำลังให้ทีมในอนาคตได้ แต่ในเมื่อยังไม่สามารถเบียดขึ้นสุ่ทีมชุดใหญ่ พวกเขาก็ต้องป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ขาดพัฒนาการ การส่งเด็กไปเล่นในสโมสรอื่นแบบยืมตัวจะช่วยให้พวกเขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาจากโอกาสที่ได้ลงเล่น นับเฉพาะในตอนนี้ แข้งเชลซีที่ถูกยืมตัวไปใช้งานมีถึง 42 รายใน 11 ประเทศ 21 รายในอังกฤษ 1 รายในสก๊อตแลนด์ 1 รายในไอร์แลนด์เหนือ 4 รายในฮอลแลนด์ 2 รายในเยอรมัน 1 รายในเบลเยี่ยม 1 รายในเซอร์เบีย 2 รายในฝรั่งเศส 3 รายในอิตาลี 4 รายในสเปนและ 1 รายในบราซิล แต่ในจำนวนนี้เป็นการยืมตัวแบบเป็นทางการเพียง 18 รายเท่านั้น

เหตุผลที่สโมสรเชลซีกวาดต้อนแข้งเหล่านี้เข้าสู่สโมสรได้จำนวนมากก็เพราะพวกเขามีเครือข่ายแมวมองอยู่ทั่วโลก และเพราะไม่ได้มีแค่พวกเขาสโมสรเดียว ทำให้พวกเขากลัวว่าถ้าพวกเขาได้รู้ว่าเด็กคนหนึ่งมีพรสวรรค์สูงพอพัฒนาได้ ถ้าไม่คว้าเข้าทีมก็ต้องโดนทีมอื่นคว้าไปแน่นอน ดังนั้นเหตุผลหลักที่เชลซีดึงเด็ก ๆ เข้าทีมมากก็เพราะ หนึ่ง พวกเขาอาจจะได้เพชรเม็ดงามและสอง ทีมอื่นจะได้ไม่คว้าเอาไป

ในขณะเดียวกันสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็มีผู้เล่นที่ปล่อยยืม 11 ราย ลิเวอร์พูล 6 ราย เอฟเวอร์ตัน 13 ราย วูล์ฟแฮมตัน 14 ราย โดยไม่มีสโมสรไหนเลยในพรีเมียร์ลีกที่ไม่มีนักเตะปล่อยยืมตัว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นแค่ในอังกฤษ เพราะทีมใหญ่ในลีกอื่น ๆ ก็มักเป็นผู้เล่นดาวรุ่งเข้าสโมสรแล้วปล่อยยืมเช่นกัน ตัวอย่างเช่น โมนาโกในลีก เองที่ปล่อยยืม 9 ราย หรือในลา ลีก้า สเปน ก็มีทีมปล่อยยืมจาก 18 ทีมมากถึง 85 คน

ฟีฟ่าเองเห็นอันตรายในเรื่องนี้และพยายามที่จะเข้ามาจัดการ การกำหนดหลักเกณฑ์อย่างเช่นการจำกัดจำนวนนักเตะที่ย้ายแบบยืมตัวในคราวเดียวกันจะต้องไม่เกิน 8 รายถูกขู่จะนำมาใช้ แต่ฟีฟ่าก็ยังลงมือไม่ได้เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องการควบคุมปริมาณนักเตะของแต่ละสโมสรเท่านั้น หากแต่ยังกระทบไปถึงแนวทางบริหารเชิงธุรกิจของสโมสรด้วย

หลายสโมสรเล็กยินยอมพร้อมใจที่จะขายผู้เล่นที่มีคุณภาพและมีอนาคตของพวกเขาให้ทีมใหญ่ โดยมีเงื่อนไขขอยืมตัวไว้ใช้งาน เป็นการวิน-วินทั้งสองฝ่าย เพราะสโมสรใหญ่ก็สามารถซื้อดาวรุ่งในราคาถูกและสามารถดึงมาใช้งานได้หากพวกเขาพัฒนาฝีเท้าขึ้นมา ขณะที่ทีมเล็กก็ได้เงินแถมยังมีนักเตะใช้งาน ส่วนนักเตะก็ได้โอกาสในการแสดงฝีเท้าอย่างมีเป้าหมาย

มันยังเป็นเรื่องยากของฟีฟ่าที่จะจัดการเรื่องนี้ เพราะลึกลงไปแล้วสโมสรต่างก็พึ่งพาอาศัยกันอยู่ การจะมาหักดิบจำกัดจำนวนผู้เล่นเพื่อให้เกิดสมดุลในระบบฟุตบอลนั้นน่าจะไม่ใช่ทางออกที่ถูก นักเตะเองก็รู้ว่าพวกเขาอยู่บนเส้นทางเสี่ยงโชค ถ้าพวกเขามีโอกาสได้ลงเล่นให้ทีมใหญ่ก็มีสิทธิ์ได้ทั้งชื่อเสียงและรายได้ที่ดีกว่า เมื่อถูกเล็งโดยทีมใหญ่ ใครล่ะจะไม่ยากเสี่ยงวัดดวงดู

 

© 2019 ponballonline.com. All rights reserved.

Theme by Anders Norén.