ponballonline.com

Menu Close

Category: สาระน่ารู้

เตะบอลไม่เก่ง ก็ร่วมงานกับทีมฟุตบอลชั้นนำได้ ด้วยอาชีพแมวมอง

“แมวมอง” เป็นชื่อของรูปแบบการทำงาน และตำแหน่งของพนักงานแบบหนึ่ง ซึ่งมีอยุ่ประจำทุก ๆ สโมสร และมักเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยได้ดูทีมตัวเองแข่งขันสด ๆ พวกเค้าทำหน้าที่ในการออกไปเฟ้นหาดวงดาว นักเตะพรสวรรค์ที่อายุน้อย ทั้งจากข้างสนามซ้อม และในระหว่างการแข่งขันกับทีมอื่น ๆ จุดประสงค์คือ ต้องการหานักเตะของดี ราคาถูกจากทั่วโลกให้ทันและไวกว่าแมวมองจากทีมอื่น ๆ เพื่อจะช่วยประหยัดงบประมาณของสโมสร ซึ่งดีกว่าจะไปเสียตังทีละมาก ๆ ในการทุ่มซื้อนักเตะที่คนอื่นปั้นเรียบร้อยแล้วนั่นเอง และในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างรายได้จากนักเตะที่ตัวเองดึงเข้ามาให้สโมสรปั้นจนโด่งดัง และขายให้ทีมอื่นอีกด้วย ดังนั้น การทำงานและทักษะ กับสิ่งจำเป็นของแมวมอง คงจะแตกต่างจากงานอื่น ๆ ของฟุตบอลแน่ ๆ แล้วว่าแต่พวกเค้าทำงานอย่างไรล่ะ ถ้าเราสนใจอยากจะทำบ้าง ต้องเริ่มอย่างไร

อดีตนักเตะ

หลายคนคงบอกว่าแมวมองมาจากไหนกันล่ะ ทำไมจู่ ๆ มาทำงานแมวมองได้ ที่จริงจะบอกให้ว่าแมวมองนั้น ส่วนมากก็มาจากนักเตะในอดีต ที่เคยทำงานเป็นนักเตะอาชีพนั่นเอง นี่หมายความว่าแมวมองส่วนมากเคยเห็นคนเล่นจริง ๆ ในสนามกับตัว เคยมีความรู้ในการมองเพื่อนร่วมทีม และยังมีความรู้จากโค้ชที่เคยคุมพวกเค้าเล่น มาผสมผสานกับทักษะในการมองสังเกตและวิเคราะห์ เพื่อกลายมาเป็นแมวมองตาดีนั่นเอง แต่นี่ไม่ได้หมายความนักเตะกลายมาเป็นแมวมองแล้วจะเก่งเสมอไปทุกคน เพราะว่าเค้าจะต้องสังเกตในการเล่นที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เช่น การรับมือกับความกดดันของเด็ก และการตอบสนองกับคำสั่งโค้ช ซึ่งแตกต่างกันแน่นอนกับสมัยที่นักเตะเล่นอยู่เอง แต่แน่นอนการเป็นนักเตะมาก่อนมีส่วนช่วยไม่มากก็น้อยกับการมาทำงานแมวมอง และโอกาสพัฒนาก้าวไกลได้ และคนธรรมดา ๆ อย่างเรา ที่ชื่นชอบการเตะบอล และวิเคราะห์ก็สามารถเป็นได้

การทำงานจริง

สิ่งแรกสุดเลยสำหรับแมวมอง คือต้องถามความต้องการของโค้ช หรือคนที่เป็นผู้จัดการทีม ว่าเค้ากำลังต้องการนักเตะแบบไหน ตำแหน่งไหน เล่นยังไง และเข้าร่วมทีมแล้วเข้ากับทีมลงตัวตรงไหนบ้าง และรายละเอียดต่าง ๆ ที่มีมากมายไม่เหมือนกันสักครั้ง ดังนั้น ต้องเข้าใจความต้องการก่อนแล้วค่อยออกไปหา และเงินเดือนของแมวมองก็น้อยกว่า การเล่นเองมาก หลังจากที่ได้คำสั่งแล้ว แมวมองจะทำงานด้วยการแบ่งโซนดูแล ทวีปไหน ประเทศไหน ต้องหาเด็กสเปคที่ต้องการเป็นชาวอะไร เล่นแบบลาติน หรือยุโรป ตัวเล็กหรือใหญ่ หลังจากนั้นก็จะไปนั่งชมเกมของจริงท้ายสุด

แมวมองเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากของสโมสร แม้ว่าจะทำงานแบบไม่มีหน้ามีตา และแฟนบอลไม่ได้รู้จัก แต่ทว่า งานนี้ก็ทำให้มีโอกาสหยิบยื่นให้เด็กหลายคนในอดีต ที่กลายมาเป็นยอดนักเตะมากมายมาแล้ว ดังนั้นเราขออวยพรให้แมวมองทุกคนจงเจริญ

 

เคล็ดลับของการเป็นแมวมองตาเพชร อีกหนึ่งตำแหน่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับวงการฟุตบอลทั่วโลกนั้น สิ่งที่สำคัญในการจะได้มาซึ่งทีมที่ดี สโมสรดังประสบความสำเร็จ มีอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญด้วย นั่นคือการมีแมวมองที่ดีและสายตาเฉียบคม สามารถควานหานักเตะมีพรสวรรค์ ฝีเท้าดี และอายุน้อย ตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะว่านี่จะทำให้ทีมประหยัดเงินงบประมาณในการซื้อขายมาก และการมีแมวมองที่สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ด้านฝีเท้าของเด็กหรือนักเตะบางคน จะช่วยให้ทีมเรียกตัว ใช้ตัว นักเตะที่ดีอย่างถูกทาง ไม่เสียเวลาในการต้องทดลองทำทีมบ่อย ๆ และนี่เองจะส่งผลให้การเล่นของทีมไม่ติดขัด แต่จะทำอย่างไรถึงจะมีตาอย่างของแมวมองล่ะ

การใช้สายตามองอย่างแมว

เป็นที่ยอมรับว่าการมีสายตาแบบแมวมองนั้น ไม่ได้มีเหมือนกันทุกคน และเรื่องนี้เป็นความจริง ที่บางคนมีพรสวรรค์ที่เรียกว่าไว และรู้สึกมีเซ็นส์ในการมองฝีเท้านักเตะมากกว่าคนอื่น เช่น เวงเกอร์ของปืนโตอาร์เซน่อล ที่ปั้นเด็กมามากมายแล้วนั้น เคยบอกไว้ว่า ถ้าต้องการมั่นใจในตัวใครสักคนก็ให้โอกาสไปเลย แต่สิ่งที่จะช่วยให้มองออกง่ายขึ้นกว่าเดิมสำหรับแมวมองคือ การมองตามอายุ เช่น อายุ 12 ปี เด็กหลายคนก็จะถูกบอกได้แล้วว่าจะสามารถมีทักษะติดตัวดีพอไหมที่จะเป็นมืออาชีพ ส่วนวัย 13-16 นั้น แมวมองก็จะมองที่ร่างกายของเด็กว่าจะมีโอกาสพัฒนาไปจนเติบโตแข็งแรงพอที่จะเล่นอาชีพได้หรือไม่ และวัย 17-18 นั้นเองที่เริ่มมองออกว่าการเล่นกับคนอื่น หรือเล่นแบบทีมทำได้ดีแค่ไหน ถ้าเล่นกับระบบและคำสั่งโค้ชแล้วจะเข้าใจได้จริง ๆ หรือไม่ และสุดท้าย 20 ปี จะมองออกได้เลยว่าสภาพจิตใจของนักเตะคนนั้น จะรับแรงกดดันได้หรือไม่ หรือว่าเปราะบางเกินไปจนเล่นในระดับสูงไม่ได้ตลอดชีวิต

การมองเมื่อกำลังเฟ้นหาของจริง

เมื่อแมวมองมาถึงสนามซ้อมของจริงเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าการทำงานแมวมองและใช้สายตาของจริง ไม่ใช่การนั่งดูเทปอยู่ที่บ้าน หรือว่าการนั่งชมไฮไลท์ของนักเตะในยูทูป เพราะว่าที่สนามซ้อม หรือสนามแข่งของจริง ทุกอย่างไม่มีการหลอกลวง ไม่มีการเล่นซ้ำหรือตัดต่อ หรือเตรียมการ ดังนั้น แมวมองอาจจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีสำหรับการมองนักเตะที่พรสวรรค์ชัดเจนสักคน แล้วดูว่ามีสิ่งที่หาหรือไม่ แต่ถ้าทักษะไม่ได้โดดเด่นหรือเทพจริง ๆ แมวมองก็จะให้เวลาอาจจะมากถึง 6 เดือนเลยทีเดียว นอกจากนั้นแล้ว การมองหาสิ่งที่เป็นจุดเด่นนักเตะก็แตกต่างกันไปตามตำแหน่งการเล่นเช่นกัน

แมวมองสามารถมอบโอกาสการเป็นนักบอลให้กับใครก็ได้ แต่ทว่านักเตะคนนั้นกับความพยายามต่างหาก ที่คือก้าวแรกที่จะไปถึงจุดหมาย บนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ ต่อให้คุณจะมีเส้นสายแค่ไหนก็ตาม เมื่อผลงานไม่เข้าตาแล้ว ก็ยากที่จะถูกผลักดันได้

 

ยูเซน โบลต์ กับชีวิตนักฟุตบอล?

เมื่อเราได้ยินชื่อของบุรุษนามหนึ่งที่โด่งดัง และคนในแวดวงกรีฑา คงไม่มีใครไม่รู้จัก นั่นคือ “ยูเซน โบลต์” เราจะคิดถึงอะไรเป็นอันดับแรก แน่นอนก็คงจะเป็นการวิ่งแข่ง เพราะว่าโบลต์เป็นนักวิ่งความเร็วจัดจากประเทศจาไมก้า ทวีปแอฟริกา ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกตลอดกาล และฝีเท้าที่ไวยังกับเสือชีตาห์ของเค้านั้น เป็นที่ร่ำลือและยอมรับในระดับโลก หลังจากที่เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งกรีฑามากมาย จนได้ชัยชนะเหรียญทองนับไม่ถ้วน จากทั้งการแข่งขันโอลิมปิก หรือการวิ่งระดับอื่น ๆ นั่นเอง แต่ทว่าใครจะไปรู้ว่าโบลต์จะมาเกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลด้วย แต่มันเกิดขึ้นแล้ว

เบื้องหลังของฟุตบอลในใจ

โบลต์นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นนักวิ่งและเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งเร็ว วิ่งผลัด วิ่งระยะสั้น ระยะไกลมาตลอด แต่ว่าในใจของเค้านั้น ทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีว่า เค้าชอบกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เรียกได้ว่าไม่แพ้เลยกับการวิ่ง เพราะตั้งแต่เด็กโบลต์ชอบชมการแข่งขันฟุตบอลผ่านหน้าจอทีวีเสมอ ด้วยความตื่นเต้นที่มากกว่าการวิ่ง ดังนั้น หลาย ๆ คนจะเห็นว่าโบลต์มักจะไปโผล่อยู่ที่ขอบสนามเชียร์บอลอังกฤษเกมใหญ่ ๆ เสมอ นอกจากนั้นแล้ว เค้ายังมักจะไปอาสาลงเล่นฟุตบอลในเกมการกุศลที่เป็นนันทนาการ เอาสนุก ขำ ๆ หรือรวมดาราที่มักจะเอานักเตะวัยดึกมาแข่งกันแบบเฉพาะกิจอยู่เรื่อย ทำให้หลายคนได้ยลฝีเท้าเค้าไปไม่มากก็น้อย ดังนั้น จึงบอกได้เลยว่า การตั้งเป้าเล่นฟุตบอลของเค้าหลังจากที่เกษียรจากวงการนักวิ่งของเค้าแล้วนั้น ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หรือการทำเอาหน้า ต้องการโด่งดังแน่นอน แต่กลับเป็นความฝันมากกว่า ความฝันที่อยากจะให้เป็นจริงสักวันของโบลต์

เข้าใกล้ความเป็นจริง

โบลต์ไม่ได้แค่ฝันอย่างเดียว แต่ลงมือทำจริงด้วย เพราะว่าหลังจากที่เค้าเกษียรจากการวิ่งแล้ว เค้าได้เริ่มทดสอบฝีเท้ากับหลาย ๆ ทีมดังในยุโรปมากมาย ด้วยข้อเสนอของการทดสอบฝีเท้า เป็นระยะเวลาสั้น ๆ คล้าย ๆ กันกับทีมดังเวลาต้องการลองฝีเท้าเด็กวัยรุ่น และอายุไม่มากจากเยาวชน ว่าฝีเท้าถึงหรือไม่ เช่น สโมสรดอร์ทมุนด์ และทีมในนอร์เวย์กับแอฟริกาอีกด้วย แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะเพราะฝีเท้าของเค้ายังไม่เข้าตาทีมต่าง ๆ และความเร็วไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญ แม้ว่าเค้าจะเล่นตำแหน่งปีกหรือศูนย์หน้าได้ และตอนนี้ถึงแม้ว่าเค้าจะยังได้เงินจากสัญญานักวิ่งอีกปีละ 30 กว่าล้านเหรียญ ติดอันดับนักกีฬารวยอันดับ 45 ในโลก โบลต์กำลังจะไปร่วมเล่นกับทีม มารีนเนอร์ ทีมเล็กในลีก เอ ของนิวซีแลนด์ที่ค่าแรงเทียบไม่ได้เลยกับเงินเดือนของเค้า แต่โบลต์บอกว่าที่ทำทั้งหมดนี้เพราะความฝันส่วนตัวล้วน ๆ

โบลต์คงจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีของบางคนที่กำลังต้องการจะเอาดีด้านการเตะฟุตบอลแน่ ๆ เพราะความฝันนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่ไม่ทำ แต่ทำอย่างไม่ยอมแพ้ ซึ่งวันหนึ่งมันต้องสำเร็จแน่นอน

 

นักฟุตบอลดูแลสุขภาพตัวเองอย่างไรบ้าง?

ถ้าจะถามว่าคนเราคิดถึงอะไรเมื่อพูดถึงนักฟุตบอล กับการเตะบอลที่แข่งขันกันและถ่ายทอดสดผ่านทางทีวี คำตอบก็คงจะเป็นการเล่นที่เร่าร้อนบนสนามหญ้า การแสดงลีลา ทักษะ ลวดลาย และยิงประตูสวย ๆ นั่นเอง แต่คำตอบพวกนี้ก็มักจะทำให้หลายคนลืมความจริงอีกด้านของนักฟุตบอลไป นั่นก็คือ นักบอลมีอีกชีวิตหนึ่ง นอกสนามเช่นกัน ที่ต้องดูและเพื่อจะเตะบอลได้ ชีวิตอีกด้านคือชีวิตธรรมดา กิน นอน พักผ่อน แต่ทว่ามีความลับและความเคร่งของชีวิตด้านนี้ที่น่าสนใจด้วย และหนึ่งในด้านนี้นี่เอง ที่สามารถส่งผลกับนักบอลให้รุ่งหรือดับ หรือรุ่งแล้วดับก่อนวัยอันควรได้เลยทีเดียว วันนี้เราอยากให้ได้มาลองชมมุมหายากนี้กันสักหน่อย

การนอนหลับพักผ่อน

ถ้าจะถามนักฟุตบอลว่าทำไมเล่นเก่ง หลายคนคงจะตอบว่าฝึกซ้อม ฝึกซ้อม แล้วก็ฝึกซ้อม แต่ถ้าถามลงลึกไปอีกคือ แล้วทำไมจึงฝึกซ้อมได้เยอะแบบนี้ คำตอบคือ การนอนหลับพักผ่อนนั่นเอง เคล็ดลับคือ ก่อนจะถึงวันซ้อม นักบอลที่เก่งควรจะนอนหลับให้พอเพียงมากถึง 8 ชั่วโมงต่อคืนเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้กับการฝึกซ้อมที่สดใส มีพลังและพร้อมเต็มที่  ที่จริงบางคนถึงกับ มีการนอนกลางวัน ภาคบ่าย เพิ่มอีก 1- 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ว่า 8 ชั่วโมงค่อนข้างพอเหมาะแล้ว นอกจากนั้นการเล่นบอลปกติมักจะช่วงหัวค่ำ หรือ การแข่งขันเวลาเย็นบ้านเค้า เวลาของการกลับถึงบ้านของนักบอลจึงยิ่งดึก ดังนั้น การนอนอาจจะดึกไปด้วย บางคนเลยนอนจนสาย และถ้าหากนอนหลับไม่พอแล้ว การเล่นจะส่งผลอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน

การกิน และมื้ออาหาร

สิ่งต่อไปที่จำเป็นสำหรับด้านชีวิตปกติของนักบอลก็คือการกิน และเมนูอาหารที่จริงสำหรับคนธรรมดาด้านนี้ก็เรียกว่าสำคัญอยู่แล้ว เพราะว่าชีวิตการทำงาน การเรียนหนังสือ ขนาดแค่ใช้สมอง ไม่ได้ใช้ร่างกายยังต้องกินดี กินคลีนเลย แล้วสำหรับนักบอลระดับโลก คงจะยิ่งไปกว่านั้นหลายเท่า ดังนั้น นักบอลชอบทานอาหารประเภทอะไรบ้าง คำตอบคือ  พาสต้าไก่ เพราะว่ามีทั้งแป้งและเนื้อแบบไม่ค่อยมีไขมัน และบางครั้งก็เนื้อปลาด้วย ฟังดูเหมือนอาหารของคนปกติชัด ๆ นี่หน่า ก็ถูกต้องเพราะว่านักบอลก็ปกติ แต่ว่าวันไหนมีการเตะบอลที่บ่ายหรือเช้าหน่อย คืนก่อนหน้ามื้อนั้นจะต้องกินเผื่อไว้เยอะหน่อย เพราะว่าตอนเช้าจะกินไม่ค่อยได้มากก่อนจะลงเตะนั่นเอง ตอนก่อนจะลงเล่นเกมสำคัญนักบอลจะคุมอาหารในวันนั้นไม่ให้อึดอึด ดังนั้นสโมสรจะเตรียมอาหารเบา ๆ เช่น กล้วย และ นม หรือขนมหวาน และที่สนามตอนเดินทางไปพร้อมลงเตะ ถ้าต้องคิดว่ากินอะไรอีกหน่อย ก็จะมีอาหารรูปแบบเป็นแท่ง หรือเจลสำหรับนักกีฬา ที่วงการวิทยาศาสตร์กีฬาคิดค้นมาให้เลย

ได้ยินแบบนี้แล้ว ถ้าอยากเป็นนักฟุตบอลที่เก่ง ก็ต้องลองนำไปปรับใช้กันให้ดี ที่จริงแล้ว แค่กินให้ครบ 5 หมู่ ครบ 3 มื้อ ในปริมาณที่เพียงพอ ฝึกซ้อมอย่างพอดี นอนหลับให้พอ ก็คล้ายกับกิจวัตรเหมือนนักเตะเลย ทีนี้เราอาจจะเล่นบอลเก่งขึ้นก็ได้

 

จะทำตัวยังไงดีเมื่อต้องเป็นยิงจุดโทษให้ทีม?

หลาย ๆ คนที่เป็นแฟนบอล หรือแม้แต่ตัวนักฟุตบอลเอง คงจะจดจำภาพที่ระทึกใจและบีบหัวใจสุด ทุกครั้งที่ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอล โดยเฉพาะเมื่อถึงการดวลกันด้วยใจและความนิ่ง ในช่วงเวลาที่เรียกว่า การตัดสินยิงจุดโทษ หลังจากที่ทั้งสองทีมเสมอกันในเวลาปกติ และไม่สามารถหาผู้ชนะได้ หรือบางโอกาสระหว่างเกมที่มีการทำฟาวล์ในเขตโทษจนกรรมการเป่าปรี๊ดให้ลูกโทษทันที เรียกได้ว่าไม่ว่าจะลูกจุดโทษแบบไหน การเป็นนักเตะที่รับอาสายิงน่าจะเป็นงานที่กดดัน และต้องใช้สภาพจิตใจแข็งแกร่งไม่น้อย ดังนั้น หากเวลาเล่นฟุตบอลจริง ๆ ของคุณเองต้องเจอกับสถานการณ์นี้ เราจะทำอย่างไรได้บ้าง เป็นคำถามที่ดีสำหรับเรืองทีเลยทีเดียว

ฝึกซ้อมการยิงจุดโทษให้เยอะ ๆ ล่วงหน้า

ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นนักบอลที่เก่งแค่ไหน หรือแม้แต่เล่นตำแหน่งศูนย์หน้ามือหนึ่ง ยิงประตูแม่นราวกับจับวาง แม้แต่มุมต่าง ๆ ของประตูก็เลือกได้เลย อย่าคิดล่ะว่าการยิงจุดโทษจะง่ายแบบนั้น เพราะว่าในการเล่นเวลาปกติเกมเปิดไปเรื่อย ไม่ได้มีความกดดันถาโถมเข้ามาเหมือนกับการหยุดเวลา แล้วให้ทุกคนในสนาม กองเชียร์ ทั้งเพื่อน ทั้งคู่แข่ง ทั้งกรรมการ มาหยุดดูคนยิงคนเดียว แถมในสมองก็มักจะมีความคิดลังเล การกลัวยิงไม่เข้า หรือต้องมีเวลาให้คิดเดาใจการพุ่งไปของนายทวาร ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ การซ้อมยิงจุดโทษบ่อย ๆ ยิ่งถ้ารู้ว่าจะมีการแข่งขันที่ต่อเวลาได้ ยิ่งต้องซ้อมหนัก การซ้อมก็ไม่ยากหานายทวารมา เล่นเดาใจวางลูกแล้วยิงให้บ่อยที่สุด เล่นลองทุกมุม ทุกความแรง และรูปแบบการยืนการวางเท้า แล้วคุณจะเพิ่มโอกาสยิงเข้าแน่นอน

เอาชนะตัวเองในหัวและในความคิด

สิ่งต่อไปเรียกว่าสำคัญไม่น้อยกว่าสิ่งที่มองเห็นแล้วซ้อมได้เลย นั่นคือการบอกและสั่งความคิดในสมองของตัวเองให้คิดไปในทางบวก และเสริมสร้าง ไม่ใช่ลังเล ขาดความมั่นใจ จนทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย วิธีนี้ทำได้ไม่ยากคือ ให้จินตนาการตัวเองว่ายิงเข้าไว้ก่อน นี่หมายความว่า ตอนก้าวไปยิงจุดโทษ ขอให้มีภาพในหัวว่า บอลมันเข้าไปตุงตาข่าย และแน่นอนว่าเข้าเสมอ ๆ ต่อไปก็นึกภาพการฉลองความยินดีส่วนตัวไว้ด้วย เช่น จะวิ่งไปกระโดดที่ไหน จะยกมือข้างไหนไปบนฟ้าดี รวมทั้งจะไปแสดงความดีใจกับแฟน ๆ ข้างหลังหรือเปล่า ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คนยิงไม่คิดเรื่องไม่ดีไปก่อนนั่นเอง

เมื่อลองทั้ง 2 วิธีนี้แล้ว ก็ขอให้นำไปใช้ปรับปรุงการเล่นฟุตบอลดูโดยเฉพาะเมื่อทีมได้ลูกจุดโทษ เราอาจจะอาสาตัวเองเป็นผู้ยิงเลยก็ได้  หรือไม่ในทางตรงข้าม ยามที่กำลังดูบอลและมีลูกจุดโทษขอให้จินตนาการตามไปด้วย อาจจะไม่ตื่นเต้นเกินไปอีกเลยก็ได้

 

© 2018 ponballonline.com. All rights reserved.

Theme by Anders Norén.