ในวงการฟุตบอลที่ทุกคนต่างเข้ามาแล้วก็จากไปในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ทำให้นักเตะกับทีมใดสักทีมเป็นสิ่งที่ไม่จีรังเลย วันหนึ่งนักเตะหรือสโมสรต่างก็ต้องแยกทางกันไป อาจจะมีบางกรณีที่เห็นนักเตะบางคนเล่นกับทีมเพียงทีมเดียวจนวันที่แขวนรองเท้าอย่างเช่นแกรี่ เนวิลล์หรือเจมี่ คาราเกอร์เป็นต้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ยังมีนักเตะที่ย้ายเข้าย้ายออกจากสโมสรต่าง ๆ และกลายเป็นคู่ต่อกรกับสโมสรเดิมอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเอ็มมานูเอล อาเดบายอร์กองหน้าชาวโตโกที่แจ้งเกิดกับอาร์เซน่อล แต่กลับกลายเป็นคนที่แฟนบอลเกลียดขี้หน้ามากที่สุดตอนย้ายออกไป และนักเตะที่เปลี่ยนสโมสรแล้วแต่ยังคอยตามเชียร์ทีมที่ตัวเองเคยลงเล่นอยู่ไม่ว่าจะเป็นแอนดี้ แคร์โรลอดีตกองหน้าเด็กปั้นของนิวคาสเซิ่ลหรือรอย คีนอดีตกองกลางสายโหดที่จากทีมไปอย่างผิดใจก็ตาม

เด็กสาลิกาในสายเลือด

การแจ้งเกิดของแอนดี้ แคร์โรลเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของแฟนบอลในเวลานั้น เพราะเขาคือร่างทรงดี ๆ ของอลัน เชียร์เรอร์นั่นเอง ด้วยความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศทักษะการเก็บบอลและฝีเท้าลูกยิงที่แรงและแม่นยำ ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นตัวแทนของทีมในอนาคตระยะยาวอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่การซื้อขายนักเตะในหน้าหนาวของปีนั้นซึ่งมีผลกระทบมาถึงนิวคาสเซิ่ลจนได้ เมื่อลิเวอร์พูลยอมรับเงิน 50 ล้านปอนด์ของเชลซีเพื่อซื้อกองหน้าตัวเก่งอย่างเฟอร์นานโด ตอร์เรสให้ย้ายไปอยู่ลอนดอนและลิเวอร์พูลต้องตามหาตัวตายตัวแทนภายในระยะอันสั้น ซึ่งผลมาจบที่แอนดี้แคร์โรลต้องย้ายทีมในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายและโชคร้ายไปกว่านั้นเขาไม่สามารถคืนฟอร์มเก่งเหมือนที่เคยลงเล่นในนิวคาสเซิ่ลได้อีกเลยเพราะอาการบาดเจ็บและความกดดันของเจ้าตัวด้วย จากนั้นเขาก็มีข่าวลือว่าจะย้ายกลับไปสโมสรบ้านเกิดเสมอ แม้ว่าต่อมาเขาจะย้ายไปอยู่เวสต์แฮม ยูไนเต็ดก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เขาลงรูปเมื่อต้องพักฟื้นร่างกาย แฟนบอลมักจะเห็นเขาคอยติดตามเกมของนิวคาสเซิ่ลเสมอ จนกระทั่งในฤดูกาล 2019-2020 ทางกองหน้าร่างสูงก็ย้ายกลับมาเล่นในนิวคาสเซิลอีกครั้งจนได้

เลือดปีศาจย่อมเข้มข้นกว่าน้ำ

การย้ายออกของรอย คีนถือเป็นเรื่องช็อคของแฟนบอลอยู่เช่นกัน เขาคือผู้นำในสนามอยู่แท้จริงและนักเตะที่เต็มไปด้วยดีเอนเอของการไม่ยอมแพ้ที่เป็นเอกลักษณ์ของทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ไม่ใช่ที่หาง่ายเลย แต่สุดท้ายคีนก็ต้องเก็บข้าวของออกจากสนามโอลด์ แทฟฟอร์ดไปจากการที่เขาวิจารณ์ทีมตัวเองมากเกินไป จนทางเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันมองว่าเขาไม่สามารถให้รอย คีนอยู่กับทีมต่อไปได้ เพราะผู้นำทีมกลับมาต่อว่าเพื่อนร่วมทีมอย่างไม่ไว้หน้าออกสื่อ และการออกจากทีมของกัปตันถือว่าเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะเขาถูกยกเลิกสัญญากลางฤดูกาล 2005-2006 เลยทีเดียว และยังไม่ถึงช่วงตลาดซื้อขายเลยด้วยซ้ำ ก่อนที่คีโน่จะย้ายไปอยู่กับกลาสโกว์ เซลติกและจบอาชีพค้าแข้งที่นั่น โดยหลายปีถัดมาเขาถึงกลับมายอมรับกับตัวเองว่า เขาไม่สามารถเกลียดชังทีมที่เขาสร้างชื่อเสียงมาพร้อมกันได้ และยอมจะลืมเรื่องบาดหมางที่เกิดขึ้นและเข้าชมเกมในโอลด์ แทรฟฟอร์ดอยอยู่เสมอหลังจากนั้น

โชคดีที่การให้อภัยและการยอมรับความจริง ทำให้นักเตะทั้งสองคนยังหันกลับมามองทีมรักได้เสมอ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เมื่อมีนักเตะอีกหลายคนที่คอยแต่จะวิจารณ์สโมสรเก่าของตัวเองและอาจจะโทษว่าทีมเหล่านั้นเป็นต้นเหตุให้อาชีพของนักฟุตบอลคนนั้น ๆ ไม่สำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น และการเป็นที่รักมักดีกว่ามีคนเกลียดเสมอ หากวันนึงที่ต้องเดินจากออกมา การที่มีคนถึงย่อมดีกว่ามีแต่คนคอยเพิกเฉยใส่พวกเขา และวงการฟุตบอลก็ไม่ต่างกัน